ปุ๋ยมูลไส้เดือนดิน ไม่ใช่ขี้ๆ

ปุ๋ยมูลไส้เดือนดิน ไม่ใช่ขี้ๆ

เห็นหลายๆ งานเกษตรมักจะมีธุรกิจขายปุ๋ยอยู่ไม่กี่แผงที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์จำพวกปุ๋ยต่างๆ ทั้งสดทั้งแห้ง บรรจุถุงรอจำหน่ายแก่ผู้สนใจ หนึ่งในนั้นคือ ขี้ไส้เดือน หรือปุ๋ยมูลไส้เดือน ผมเห็นหลายเจ้าแล้ว คุยสรรพคุณอย่างเวอร์ ไม่แน่ใจหรอกว่าจะมีสรรพคุณตามที่บอกกล่าวมากแค่ไหน เพราะหากดีจริงเทียบปริมาณต่อปริมาณ กับปุ๋ยเคมี ก็คิดว่าพอฟัดพอเหวี่ยง แต่เม็ดดินเล็กๆ ที่อัดแน่นไปด้วยมูลไส้เดือน จะมีธาตุอาหารเพียงพอต่อความต้องการของพืชแค่ไหน มาดูกันครับ

ปุ๋ยขี้ไส้เดือน หรือมูลไส้เดือนในตลาดการเกษตร หลายๆ คนมักเคยเห็น ผมก็ได้จากเพื่อนที่ทำงานมา 1 ถุงเล็กๆ เค้าอยากให้ทดลองใช้ เห็นว่าแค่กำมือหรือช้อนกินข้าว ใส่ใต้โคนต้น ต้นไม้เติบโตดี ผมยังไม่ปักใจเชื่อเลยต้องมาพิสูจน์และหาข้อมูลเพิ่มเติมว่า ปุ๋ยจากมูลไส้เดือน นี้ดีจริงหรือไม่ และลักษณะการผลิตปุ๋ยชนิดนี้ เค้าทำกันอย่างไร

การผลิตปุ๋ยจากมูลไส้เดือน

การทำปุ๋ยมูลไส้เดือนในเรื่องเพาะเลี้ยงส่วนใหญ่ยังเป็นกิจการเล็กๆ มีส่วนน้อยที่มาจากฟาร์มที่มีระบบการจัดการที่ดี เพราะการเลี้ยงไส้เดือนเพื่อการค้าและให้ผลผลิตเป็น ปุ๋ย นี้ต้องมีการคัดเลือกสายพันธุ์ไส้เดือนดิน ระบบการให้อาหารที่ได้มาตรฐาน อยากได้ธาตุอาหารอะไรก็ให้ไส้เดือนกินและย่อยอาหารที่มีธาตุอาหารนั้นๆ บ้างก็เลี้ยงด้วยมูลโค รำข้าว กากถั่วเหลืองและผลไม้ ปุ๋ยที่ได้จะนำไปเลี้ยงทำปุ๋ยอินทรีย์ใช้เองโดยไม่ต้องพึ่งพาปุ๋ยเคมี และดีต่อสิ่งแวดล้อม

ทำไมต้องปุ๋ยมูลไส้เดือน

หลายคนอ้างว่า ปุ๋ยมูลไส้เดือนดีเพราะ เมื่อไส้เดือนดูดอาหารและผ่านระบบย่อยในลำไส้แล้วออกมาจะมีโมเลกุลสารอาหารที่เล็กมาก และมีความเย็น พืชสามารถดูดซึมอาหารไปใช้ได้ทันที และมีสารอาหารหลากหลาย ครบและเพียงพอสำหรับการเจริญเติบโตของพืชทุกชนิด มีจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์มากมาย สิ่งสำคัญมากคือมีฮอร์โมนพืชรวมอยู่ด้วยเป็นของแถมที่วิเศษ เพราะจะไปเร่งให้พืชสร้างรากฝอยมากขึ้น และเมื่อพืชได้รับสารอาหารที่ครบและมากมาย เนื่องจากมีรากฝอยมากขึ้น ดูดอาหารได้มากขึ้น มูลไส้เดือนเป็นธรรมชาติ 100% จะส่งผลให้พืชเติบโตสมบูรณ์แข็งแรงอย่างธรรมชาติ จะทำให้พืชมีความต้านทานทั้งโรคพืชและโรคแมลงตามธรรมชาติตามมาอีกด้วย อีกทั้งยังประหยัดค่ายาฆ่าแมลงและยาฆ่าเชื้อต่างๆ

ปุ๋ยมูลไส้เดือนดิน ไม่ใช่ขี้ๆ

ความรู้เกี่ยวกับ มูลไส้เดือน

  • มูลไส้เดือนดิน คืออะไร คำตอบคือ สิ่งขับถ่ายภายหลังการย่อยอาหารของไส้เดือนดินที่อุดมไปด้วยจุลินทรีย์ที่ยังมีชีวิตรวมทั้งสารชีวะเคมีที่มีประสิทธิภาพช่วยให้พืชเจริญเติบโตได้ดี แต่มูลไส้เดือนที่ได้จากต่างสิ่งแวดล้อมย่อมมีคุณภาพแตกต่างกันตามองค์ประกอบอาหารที่ไส้เดือนได้รับ เช่น ในที่กันดารปราศจากอาหารที่มีคุณค่าหรือเศษซากพืชที่ดีย่อมให้มูลไส้เดือนดินที่มีคุณภาพต่ำกว่าจากที่ที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยเศษซากพืชหรือมูลสัตว์ที่ไส้เดือนต้องการ
  • จุลินทรีย์สำหรับดิน คืออะไร คือจุลินทรีย์ที่ดำรงค์ชีพในดินได้แก่ แบคทีเรีย แอมมีบ้า โปรโตซัว รา นีมาโทด จุลิทรีย์เหล่านี้จะดำรงค์ชีพอยู่ได้ด้วยการย่อยสารอินทรีย์ที่มีอยู่ในดินเพื่อการเจริญเติบโตและขยายพันธุ์ของมันแต่สิ่งที่เหลือจาการย่อยสลายนั้นคือสารอาหารพร้อมใช้สำหรับรากพืช ในดินที่อุดมสมบูรณ์จะมีจุลินทรีย์ประเภทนี้นับไม่ถ้วนในหนึ่งช้อนชานับเฉพาะแบคทีเรียเพียงอย่างเดียวจะพบว่ามีแบคทีเรียต่างชนิดกันกว่าแสนชนิด จุลินทรีย์เหล่านี้เป็นองค์ประกอบสำคัญสำหรับการคงอยู่ของสภาพแวดล้อมของโลกเรา มันจะทำหน้าที่ในการย่อยสลายสารอินทรีย์ที่ตายแล้วให้กลายเป็นสารสำคัญที่เป็นประโยชน์สำหรับการเจริญเติบโตของพืชต่อไป
  • ทำไม มูลไส้เดือนดิน จึงมีประโยชน์เหนือกว่าปุ๋ยชนิดอื่น มูลไส้เดือนดิน จะมีจุลินทรีย์หลากหลายชนิดมากกว่าที่พบในปุ๋ยหมักธรรมดา นอกจากนั้นเมื่อ ปี พ.ศ. 2545 หรือ ค.ศ 2002 ได้มีรายงานการวิจัยพบสารฮอร์โมนสำคัญเพื่อการเจริญเติบโตของพืชในมูลไส้เดือนดินเพิ่มขึ้นจากเดิม ทำให้แน่ใจได้ว่าในมูลไส้เดือนดินมีสารต่างๆ คือ ฮิวมัท (humates) ออกซิน (auxins) ไคเนติน (kinetins) จิเบอเรลริล (giberellin) และไซโตไคนิน (cytokinin) เป็นตัวควบคุมการเจริญเติบโตของพืช ปัจจุบันวิทยาศาสตร์เพิ่งเริ่มเข้าใจความสำคัญของสารอินทรีย์เหล่านี้ ว่าทำหน้าที่ต่างๆเช่นกระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์พืช ทำให้รากรับอาหารไปใช้ การหันหน้าของดอกไม้เข้ารับแสงแดด ควบคุมความยาวของเซลล์และแม้กระทั่งทำหน้าที่เป็นสารต้านการแก่ตัวของพืชไม่ให้เน่าเปื่อยเร็ว นอกจากนั้นยังค้นพบว่ามีเอนไซม์ไคติเนส (kitinase) ซึ่งสามารถละลายไคตินสารชีวะเคมีชนิดหนึ่งที่ประกอบกันเป็นเปลือกชั้นนอกของแมลง ด้วยเหตุนี้มูลไส้เดือนดินจึงมีฤทธิ์ในการขับแมลงด้วย (insect repellent)

มูลไส้เดือนดิน มีประสิทธิภาพในการระงับโรคและแมลงที่เป็นภัยกับพืช ได้หรือไม่

ได้ เพราะพืชที่ได้รับสารอาหารหลากหลายชนิดตามธรรมชาติ ย่อมเจริญเติบโตแข็งแรงทนทานต่อโรค และงามกว่าพืชที่ได้รับสารอาหารจำกัดในรูปสารเคมี เช่น NPK โรคพืชและแมลงจะทำลายเฉพาะพืชที่อ่อนแอ หรือใกล้ตาย มากกว่าพืชที่แข็งแรงและสมบูรณ์ ดังนั้นการใช้สาร NPK ล้วนๆ จึงจำเป็นต้องใช้ยาฆ่าแมลงร่วมด้วยตลอดเวลา

มูลไส้เดือนดิน ปลอดภัยต่อสภาพแวดล้อมหรือไม่

ธุรกิจขายปุ๋ยมูลไส้เดือนปลอดภัยแน่นอน เพราะมูลไส้เดือนดินไม่เป็นภัยต่อเด็ก สัตว์เลี้ยง สัตว์ป่า และดิน มูลไส้เดือนดินเกิดโดยกระบวนการทางธรรมชาติจากการกินสารอิทรีย์ของไส้เดือนดินไม่มีสิ่งที่เป็นสารสังเคราะห์หรือปิโตรเคมีเจือปนแต่อย่างใด ตามความเป็นจริงแล้วได้มีการใช้มูลไส้เดือนในรูปของ worm tea หรือชนิดน้ำในประเทศไทยรู้จักกันในชื่อ ปุ๋ยน้ำชีวะภาพมูลไส้เดือนดิน ในสหรัฐฯใช้สำหรับปลูกหญ้าเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ก่อนหน้านี้นิยมใช้เป็นสารอินทรีย์ขจัดเชื้อราสำหรับพืช

ปัจจุบันได้มีการใช้สำหรับสนามหญ้าตามบ้านได้ผลดีกว่าการใช้สารเคมี หญ้างามและสมบูรณ์ลดจำนวนหญ้าตายหญ้าแห้งลงได้และดินมีสภาพอุ้มน้ำได้ดีขึ้น เท่ากับเป็นการลดผลร้ายจากการใช้สารเคมีที่มีต่อน้ำผิวดินและน้ำบาดาล ซึ่งอาจเป็นผลร้ายต่อทุกชีวิต

มูลไส้เดือนดิน มีสารอาหารสำหรับพืชได้แก่ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โปแตสเซียม ไม่สูงมากนัก ซึ่งจะมีเช่นเดียวกับปุ๋ยอินทรีย์ทั่วไป ที่จะมีสารอาหารดังกล่าวในปริมาณที่ทางราชการกำหนด แต่นี่ก็เพียงพอต่อการเจริญเติบโตของพืช เพราะหากมีมากเกินไปอาจเป็นปัญหาสารตกค้างในดินได้ โดยเฉพาะปุ๋ยอินทรีย์มูลไส้เดือนดิน งามดี มีธาตุอาหารเพียงพอ

ประโยชน์ขั้นพื้นฐานของมูลไส้เดือนดิน ซึ่งในขณะนี้ ได้มีการเขียนหนังสือเป็นจำนวนมากเกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้รับจากการใช้มูลไส้เดือนดิน (vermicast) และน้ำชีวะภาพมูลไส้เดือนดิน (worm tea) และยังมีการศึกษาค้นคว้าระดับมหาวิทยาลัยทั่วโลกอีกด้วย หาอ่านได้จาก Internet มีมากมาย

ปุ๋ยมูลไส้เดือนดิน ไม่ใช่ขี้ๆ

ประโยชน์พื้นฐานของ มูลไส้เดือนดิน

  • ช่วยปรับสภาพดินให้ดีขึ้นโดยทำให้มีการรวมตัวของดินอย่างเหมาะสมตามธรรมชาติ
  • เป็นสารอินทรีย์ 100%
  • ปลอดสารพิษ และพบว่าปริมาณธาตุโลหะหนักในมูลไส้เดือนดินนั้น ต่ำกว่าที่ทางราชการกำหนดให้มีได้ถึง 10 เท่า (เป็นการสนับสนุนผลงานค้นคว้าเมื่อปี 2001 โดยคณะนักชีวะวิทยา มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย สหรัฐฯ พบว่าสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังบางชนิดสามารถขจัดความเป็นพิษของธาตุโลหะหนักได้)
  • ไม่ทำให้เกิดรากไหม้ในพืชแม้ใช้ในปริมาณที่มาก
  • ปราศจากกลิ่นและมีฤทธิ์ในการดับกลิ่น
  • ยับยั้งการเจริญของเชื้อราที่เป็นกับพืชและมีฤทธิ์ในการขับแมลง (ชนิดน้ำตามความเหมาะสมเท่านั้น)
  • ช่วยให้พืชมีการเจริญเติบโตดีขึ้นตามธรรมชาติ
  • หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีกำจัดแมลง และสัตรูพืช

กรณีผสมดินที่เป็นดินทรายจะช่วยเพิ่มเนื้อดิน ช่วยให้ดินเก็บรักษาความชื้น และธาตุอาหารในดิน ลดการชะล้างธาตุอาหารของน้ำลดปัญหาการสลายตัวของธาตุอาหาร เป็นตัวปลดปล่อยธาตุอาหารอย่างช้าๆ ทำให้ประหยัดปุ๋ยปกป้องดินไม่ให้มีสภาพโครงร้างแน่นเข็งและช่วยเติมอินทรียวัตถุในเนื้อดิน ช่วยให้ดินร่วนซุย รากพืชสามารถแพร่ขยายได้กว้าง

ปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดินจะมีส่วนประกอบของกรดฮิวมิคซึ่งเป็นตัวกักเก็บธาตุอาหารที่จำเป็นต่อพืชหลายชนิด เช่น ฟอสฟอรัส (P) โพแทสเซียม (K) แคลเซียม (Ca) เหล็ก (Fe) และทองแดง (Cu) ซึ่งธาตุอาหารเหล่านี้จะถูกเก็บอยู่ในโมเลกุลของกรดฮิวมิค อยู่ในรูปพร้อมใช้ และจะถูกปลดปล่อยออกมาเมื่อพืชต้องการ

ก็คงจะครอบคลุมเนื้อหาด้านประโยชน์ของปุ๋ยมูลไส้เดือนแล้วนะครับ ส่วนกรรมวิธีการผลิต อันนี้แล้วแต่สูตรของใครของมัน ส่วนใหญ่ก็ไม่มีอะไรมาก ให้อาหารตามที่ต้องการให้ได้ปุ๋ยเป็นธาตุนั้นๆ หรือให้รวมๆ เช่น ผักสด เศษอาหารอื่นๆ โดยไม่ต้องเน้นธาตุใดเป็นพิเศษก็สามารถให้ผลผลิตมูลไส้เดือนมาใช้ในการเกษตรได้ ทำเก่งๆ สามารถทำเป็นธุรกิจขายปุ๋ยได้เลยครับ

ขอบคุณข้อมูล thaiworm.com / bansuanporpeang.com / organicthailand.com

เกษตรมือใหม่

เกษตรมือใหม่

เริ่มต้นจากการที่อยากปลูกผักกินเอง ปลูกมาเรื่อยๆ จนเกิดเป็นไอเดียที่หลากหลายและอยากนำมาแชร์กันให้รู้ ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผักนะเออ