ปัจจัยสำคัญในการเพาะเห็ดฟางให้ได้ผลดี

การเพาะ เห็ดโอ่ง ดีอย่างไร

เคยลงไว้นานมากแล้วกับการเพาะเห็ดฟางในตะกร้า วันนี้จะมีเพิ่มเติมข้อมูลสำคัญหลายอย่างเกี่ยวกับการเพาะเห็ดฟางตะกร้ากัน กับปัจจัยในการเพาะเห็ดฟาง ซึ่งจำเป็นในการพิจารณาในหลายๆ ด้านเพื่อให้ผลผลิตได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ซึ่งจะพิจารณาว่าดินดีหรือไม่ เหมาะสมที่จะทำการเพาะหรือไม่ จะต้องพิจารณาร่วมกันใน 2 ลักษณะสำหรับการเพาะเห็ดฟาง

เห็ดฟางนั้น จัดว่าเป็นเห็ดเศรษฐกิจที่สำคัญมากขึ้นทุกวัน ประกอบกับสิ่งแวดล้อมในบ้านเรามีความเหมาะสมเป็นอย่างยิ่งในการเพาะเห็ดฟาง ประชาชนคนไทยทุกคนรู้จักเห็ดฟางทุกคน บริโภคไม่เฉพาะประเทศไทยประเทศเดียว หลายประเทศในโลกนี้ก็ยังมีความต้องการที่จะบริโภคมากขึ้นและสม่ำเสมอตลอดทั้งปี ในระยะเวลาที่ผ่านมาหลายปีทางหน่วยงานรัฐก็รณรงค์ให้ประชาชนรับประทานเห็ดฟางกันอย่างถั่วถึง มีวิวัฒนาการทางวิชาการเกี่ยวกับการเพาะเห็ดฟางค่อนข้างมากมายและหลากหลายในประเทศไทย จนเป็นที่ยอมรับในระดับหนึ่งและก็มีการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง

ปัจจัยสำคัญในการเพาะเห็ดฟางให้ได้ผลดี

เห็ดฟางเป็นเห็ดที่ไม่ยุ่งยากอะไร แต่ถ้าทำไม่ถูกขั้นตอนหรือไม่รู้จักวงจรชีวิตของเห็ดฟางก็มักจะล้มเหลว จากการศึกษาวงจรชีวิตของเห็ดฟางจะมีชีวิตอยู่หลังจากเพาะจนถึงให้ผลผลิตในฤดูร้อนหรือฤดูฝน ใช้เวลาประมาณ 8 วันเท่านั้น แต่ถ้าเป็นฤดูหนาววงจรชีวิตก็จะยาวขึ้นไปอีกอาจจะถึง 10 – 12 วัน แต่ถ้ามีสิ่งแวดล้อมที่ไปกระตุ้น เช่น อุณหภูมิสูงขึ้นอาจจะเหลือ 7 วันก็ได้ เพราะฉะนั้นในการเพาะเห็ดฟางนี้เป็นเรื่องที่เข้าใจกันว่าเป็นเห็ดที่ให้ผลผลิตเร็วมาก จากการศึกษาพบว่าเห็ดฟางเป็นเห็ดที่ให้ผลผลิตเร็วกว่าเห็ดทุกชนิด แต่ก็ต้องคำนึงถึงปัจจัยหลักในการเพาะเห็ดฟาง ดังต่อไปนี้

สภาพอากาศที่เหมาะสมในการเพาะเห็ดฟาง เห็ดฟางนั้นส่วนใหญ่แล้วจะชอบอากาศร้อน อุณหภูมิ 35-37 องศาเซลเซียส จะสามารถขึ้นได้ดีทั้งในฤดูฝนและในฤดูร้อน เพราะอากาศร้อนจะช่วยเร่งการเจริญเติบโตของดอกเห็ดได้ดีอยู่แล้ว ส่วนในช่วงอากาศหนาวนั้นไม่ค่อยจะดีสำหรับการเพาะเห็ดชนิดนี้เท่าไหร่นัก เพราะอากาศที่เย็นเกินไปจะไม่เอื้ออำนวยต่อการเติบโตของดอกเห็ด สำหรับทางภาคใต้นั้นสามารถจะเพาะเห็ดฟางได้ตลอดทั้งปี เพราะมีฝนตกตลอดปี และอากาศแบบร้อนชื้น ส่วนในภาคอื่นๆ ก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน ยกเว้นทางภาคที่มีอากาศหนาวมากๆ โดยจะเห็นได้ว่าการเพาะเห็ดฟางของประเทศไทยเราสามารถเพาะได้ตลอดปี แต่หน้าหนาวผลผลิตจะลดน้อยลงเนื่องจากอุณหภูมิต่ำ จึงทำให้เห็ดฟางนั้นมีราคาค่อนข้างสูงในฤดูหนาว และหลังฤดูเกี่ยวข้าวอากาศร้อน ฟางและแรงงานมีมาก มีคนเพาะมากจึงเป็นธรรมดาที่เห็ดจะมีราคาต่ำลง ส่วนในฤดูฝนชาวนาส่วนมากทำนาการเพาะเห็ดน้อยลงราคาเห็ดฟางนั้นก็จะดีขึ้น ราคาอ้างอิงตามความต้องการของตลาด

ความชื้น การเพาะเห็ดฟางนั้นความชื้นเป็นส่วนสำคัญเป็นอย่างมาก และเป็นตัวกำหนดการเจริญของเส้นใยเห็ดที่สำคัญ ถ้าความชื้นมีน้อยเกินไป เส้นใยของเห็ดจะเดินช้า และรวมตัวเป็นดอกเห็ดไม่ได้ แต่ถ้าความชื้นมากเกินไป การระบายอากาศภายในกองเพาะเห็ดไม่ดี และจะทำให้เส้นใยขาดออกซิเจน ทำให้เส้นใยฝ่อหรือเน่าตายไปในที่สุด น้ำที่จะแช่หรือทำให้ฟางชุ่มควรต้องเป็นน้ำสะอาด ไม่มีเกลือเจือปน หรือเค็ม หรือเป็นน้ำเน่าเสียที่หมักอยู่ในบ่อนานๆ หรือน้ำที่มีกลิ่นเหม็น ก็ไม่ควรจะนำมาใช้ในการเพาะเห็ดฟาง การเพาะเห็ดฟางที่ดีนั้น น้ำที่ใช้ในการงอกของเส้นใยเห็ดจะมาจากในฟางที่อุ้มน้ำเอาไว้ และความชื้นจากพื้นแปลงเพาะนั้นก็เพียงพอแล้ว ปกติขณะที่เพาะไว้เป็นกองเรียบร้อยแล้วนั้นจึงไม่ควรจะมีการให้น้ำอีก ควรจะรดเพียงครั้งเดียว คือระหว่างการหมักฟางเพาะทำกองเท่านั้น หรืออาจจะช่วยบ้างเฉพาะในกรณีที่ความชื้นมีน้อย หรืออากาศแห้งจนเกินไป การให้ความชื้นนี้โดยการโปรยน้ำจากฝักบัว รอบๆ บริเวณข้างแปลงเพาะเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว

แสงแดด ปัจจัยสำคัญในการงอกของเห็ดฟางนั้นจะต้องมีแสงแดด แต่เห็ดฟางไม่ชอบแสงแดดโดยตรง โดยเฉพาะการเพาะเห็ดฟางกองเตี้ย ถ้าถูกแสงแดดมากเกินไป เส้นใยเห็ดอาจจะตายได้ง่าย กองเห็ดฟางสำหรับเพาะเห็ดนั้นหลังจากทำกองเพาะเรียบร้อยแล้ว จึงควรจะทำการคลุมกองด้วยผ้าพลาสติก และใช้ฟางแห้ง หรือหญ้าคาปิดคลุมทับอีกชั้นเพื่อพรางแสงแดดให้ดอกเห็ด ซึ่งดอกเห็ดฟางที่ไม่โดนแสงแดดจัดจะมีสีขาวนวลสวย ถ้าดอกเห็ดฟางโดนแดดแล้วจะเปลี่ยนจากสีขาว เป็นสีดำเร็วขึ้นกว่าปกติ โดยสังเกตุได้ง่ายๆ จากดอกเห็ดที่เริ่มโตในแปลงเพาะ

การทำฟาร์มเห็ดแบบ เกษตรอินทรีย์ การเพาะเห็ดฟาง

สิ่งจำเป็นในการเพาะเห็ดฟาง คือวัตถุดิบที่ใช้ในการเพาะเห็ด การใช้ฟางตากแห้งสนิทซึ่งเก็บไว้โดยไม่เปียกชื้นหรือขึ้นรามาก่อนจะใช้ได้ดี สามารถใช้ได้ทั้งฟางข้าวเหนียว ฟางข้าวจ้าว ฟางข้าวที่นวดเอาเมล็ดออกแล้ว และส่วนของตอซังเกี่ยวหรือถอนก็ใช้ได้ดีถ้าเปรียบเทียบวัสดุที่ใช้ในการเพาะต่างๆ แล้ว ตอซังจะดีกว่าปลายฟางข้าวนวดและวัสดุอื่นๆ มาก เนื่องจากตอซังมีอาหารมากกว่าและอุ้มน้ำได้ดีกว่าปลายฟาง ในการใส่อาหารเสริมเป็นส่วนช่วยให้เส้นใยของเห็ดฟางเจริญเป็นดอกเห็ดได้ดี และทำให้ได้ดอกเห็ดมากกว่าที่ไม่ได้ใส่ถึงประมาณเท่าตัว อาหารเสริมที่นิยมใช้อยู่เป็นประจำได้แก่ ละอองข้าว ปุ๋ยมูลสัตว์หรือปุ๋ยคอกแห้ง ไส้นุ่น ไส้ฝ้าย ผักตบชวาตากแห้งแล้วสับให้เป็นชิ้นเล็กๆ จอกแห้ง และเศษพืชชิ้นเล็กๆ ที่นิ่มและอุ้มน้ำได้ดี วัสดุเหล่านี้ก็มีส่วนใช้เป็นอาหารเสริมได้ดีเช่นกัน โดยไม่ต้องเปลืองหรือลงทุนมากนัก เชื้อเห็ดฟางที่จะใช้เพาะนั้น ในการเลือกซื้อเชื้อเห็ดฟางเพื่อให้ได้เชื้อเห็ดที่มีคุณภาพดีและเหมาะสมกับราคาโดยมีวิธีตรวจสอบดังนี้

การตรวจสอบเชื้อเห็ดฟาง

  • เมื่อจับดูที่ถุงเชื้อเห็ด ควรจะต้องมีลักษณะเป็นก้อนแน่นมีเส้นใยของเชื้อเห็ดเดินเต็มก้อนแล้ว
  • ไม่มีเชื้อราชนิดอื่นๆ หรือเป็นพวกแมลง หนอน หรือตัวไรเจือปน และไม่ควรจะมีน้ำอยู่ก้นถุง เพาะจะแสดงให้เห็นว่าก้อนเชื้อนั้นชื้นเกินไป ความงอกจะไม่ดี โอกาสใยเห็ดจะเน่ามีสูง
  • ไม่มีดอกเห็ดอยู่ในถุงเชื้อเห็ดนั้น เพราะนั่นหมายความว่าเชื้อเริ่มแก่เกินไป นำมาเพาะจะได้ผลผลิตน้อย
  • เส้นใยไม่ฟูจัดหรือละเอียดเล็กเป็นฝอยจนผิดธรรมดา ลักษณะของเส้นใยควรเป็นสีขาวนวล เจริญคลุมทั่วทั้งก้อนเชื้อเห็ด
  • ต้องมีกลิ่นหอมของเห็ดฟาง จึงจะเป็นก้อนเชื้อเห็ดฟางที่ดี
  • เชื้อเห็ดฟางที่ซื้อต้องไม่ถูกแดด หรือมีการพักรอการขายไว้นานจนเกินไป
  • เชื้อเห็ดฟางที่ซื้อมานั้น ควรจะทำการเพาะภายใน 7 วัน
  • อย่าหลงเชื่อคำโฆษณาใดๆ ของผู้ขาย ควรสอบถามจากผู้ที่เคยทดลองเพาะมาก่อนจะดีกว่า นอกจากนี้ควรมีการตรวจสอบเชื้อเห็ดฟางจากหลายยี่ห้อ เชื้อเห็ดฟางยี่ห้อใดให้ผลผลิตสูงก็ควรเลือกใช้ยี่ห้อนั้นมาเพาะ
  • ราคาของเชื้อเห็ดฟางไม่ควรจะแพงจนเกินไป ควรสืบราคาจากเชื้อเห็ดหลายๆ ยี่ห้อ เพื่อเปรียบเทียบ

ระยะการใช้หัวเชื้อเห็ดฟางที่เหมาะสม แข็งแรง และปลอดภัยที่สุด โดยสมมุติว่าเส้นใยเห็ดฟางเดินเต็มถึงก้นถุง วันที่ 1

  • ตั้งแต่วันที่ 1 – 5 เป็นระยะที่เส้นใยเห็ดเดินบางๆ เรียกว่า เชื้ออ่อน ไม่ควรนำมาใช้
  • ตั้งแต่วันที่ 6 – 15 เป็นระยะที่เส้นใยหนาแน่นอีกเท่าตัว บางส่วนจับเป็นปื้นสีขาวขุ่น เรียกว่า เชื้อกลาง เป็นช่วงที่เหมาะสมที่สุด และปลอดภัยจากการปะปน ของเชื้อราอื่นๆ เพราะจะมองเห็นได้ชัดเจน ให้คัดทิ้งไป
  • ตั้งแต่วันที่ 16 – 20 เป็นระยะที่ เชื้อเห็ดฟางเริ่มอ่อนกำลังลง เรียกว่า เชื้อแก่ เส้นใยเริ่มยุบตัวลง บางส่วนจับตัวเป็นสีน้ำตาล

การใช้หัวเชื้อเห็ดฟาง คือ ใช้หัวเชื้อที่ไม่อ่อน และไม่แก่เกินไป ให้ใช้หัวเชื้อช่วงกลาง (10 วัน) นอกจากจะเหมาะสมและเชื้อแข็งแรงแล้ว ยังปลอดภัยจากการปะปนของเชื้อราอื่นๆ เช่น ราเขียว ราดำ ราเห็ดถั่ว (เห็ดกล้า เห็ดขายาว เห็ดขี้ม้า) เพราะจะมองเห็นชัดเจน คัดทิ้งไปไม่นำมาใช้

ก็หวังว่าคนจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย สำหรับข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับการเพาะเห็ดฟางนี้ ผู้ที่สนใจในการเพาะเห็ดฟางในหลายๆ แบบ สามารถนำไปประยุกต์ใช้งานได้โดยการเพาะเห็ดฟางในแบบที่ต้องการ ควรศึกษาถึงวิธีการเพาะในแบบที่ต้องการเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มผลผลิตที่ดียิ่งขึ้น

ที่มา www.stou.ac.th/ ku.ac.th / phetphichit.com

เกษตรมือใหม่

เกษตรมือใหม่

เริ่มต้นจากการที่อยากปลูกผักกินเอง ปลูกมาเรื่อยๆ จนเกิดเป็นไอเดียที่หลากหลายและอยากนำมาแชร์กันให้รู้ ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผักนะเออ