ปลูกมะขามเปรี้ยวยักษ์

ปลูกมะขามเปรี้ยวยักษ์

มะขามเปรี้ยวยักษ์ เป็นพืชที่สามารถปลูกได้แล้วไม่ต้องดูแลมากนัก เรียกว่าทนแล้ง ทนฝนได้ดี สามารถเจริญเติบโตได้ดีแม้ในพื้นที่ที่แห้งแล้งมากๆ ธรรมชาติของมะขาม จะมีความแข็งแรงทนทานมาก มะขามเปรี้ยวจะเริ่มสลัดใบในช่วง มีนาคม-เมษายน ในช่วงหน้าร้อนยิ่งแล้งก็ยิ่งร่วง แต่หลังจากที่รับน้ำในต้นฤดูฝน มะขามเปรี้ยวก็จะแตกใบอ่อน และในการแตกใบอ่อนก็จะออกดอกติดฝัก มะขามจะออกดอกหลายชุดใน 1 ปี แต่ในหนึ่งชุดนั้นจะมีหลายชุดประมาณ 10-20 ชุด

ชุดแรก จะออกในช่วงต้นฝนประมาณพฤษภาคมแต่ก็ยังติดฝักไม่มากนัก บางครั้งเจอลมฝนนิดหน่อยก็อาจจะร่วงไปเสียส่วนใหญ่
ชุดที่สอง จะเริ่มติดมากขึ้นในแต่ละรุ่น การสุกก็จะอยู่ไล่เลี่ยกัน ใช้เวลาตั้งแต่ออกดอกจนถึงฝักแก่ ประมาณ 3-4 เดือน ถ้าจะเก็บฝักดิบในการนำไปแช่อิ่ม ให้เก็บช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม ชุดแรกฝักแก่ประมาณธันวาคม แล้วก็ไล่ไปเรื่อยจนถึงชุดสุดท้าย อาจเก็บฝักแก่ประมาณมีนาคม

ปลูกมะขามเปรี้ยวยักษ์ พันธุ์ฝักใหญ่ เป็นไม้ผลไม้ยืนต้น ที่ให้ผลผลิตในระยะยาว ปลูกและดูแลง่าย หลังจากปลูกไปแล้ว 3 ปีก็จะติดฝักให้ผลเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามความสมบูรณ์และอายุของต้น การปลูกก็ควรปลูกช่วงต้นฤดูฝน ระยะปลูกประมาณ 8×8 เมตร ในพื้นที่ 1 ไร่ปลูกได้ 25 ต้น ซึ่งลักษณะต้นจะเป็นทรงพุ่มเตี้ย เมื่อติดดอก ออกฝักจะมีลักษณะโค้งเล็กน้อยเป็นฝักดาบ น้ำหนักฝัก ฝักดิบ 3-4 ฝักต่อ 1 กก. ฝักสุก 14-18 ฝักต่อ 1 กก. น้ำหนักเนื้อมะขามเมื่อแกะเปลือกและเมล็ดแล้ว หนัก 700-750 กรัมต่อมะขามสุก 1 กก. ความเปรี้ยวจัดว่าเปรี้ยวกว่ามะขามบ้านธรรมดา 2-3 เท่าโดยประมาณ

วิธีจะดูว่าฝักมะขามจะเก็บได้หรือยังในฝักแก่หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า มะขามกอก เราจะสังเกตจากสีของเปลือกมะขามจะมีสีน้ำตาลนวลๆ หรืออาจเป็นสีน้ำตาลเหลือง เวลาสุกให้ใช้นิ้วดีดเบาๆ จะมีเสียงออกกลวงๆ แต่ถ้ายังไม่สุกเสียงในการดีดฝักจะออกแน่นๆ ในฝักที่สุกแล้วใช้นิ้วขูดที่ผิวของฝักจะไม่เป็นริ้วรอย เนื้อจะแห้งยุบตัวแยกออกจากเปลือก

ปลูกมะขามเปรี้ยวยักษ์

โรคของมะขามเปรี้ยวยักษ์ ที่อาจจะเกิดคือโรคของแมลงรบกวนมากัดกินใบอ่อนบ้างแต่ไม่มาก ส่วนอีกโรคคือโรคราแป้งขาว จะเกิดเชื้อระบาดรุนแรง ในสภาพอากาศที่เย็นและแห้ง ซึ่งจะทำให้ต้นมะขามโทรม ถ้าเป็นในช่วงออกดอกติดฝักจะทำให้ลดจำนวนลง มักเกิดในช่วงปลายฝนเราสามารถใช้กำมะถันผงฉีดพ่นช่วงเย็นๆ ประมาณ 1-2 ครั้ง ราแป้งก็จะหายไป

วิธีการปลูกมะขามเปรี้ยวยักษ์ ให้ได้ผลดี การปลูกมะขามเปรี๊ยวจะใช้ระยะ 8×8 – 10×10 เมตร หรือ 5×5 วา ไร่หนึ่งปลูก 16-25 ต้นต่อไร่ เพราะมะขามเป็นไม้ผลไผลที่เก็บกินได้ระยะยาวเป็นร้อยปี ถ้าปลูกชิดมากจะมีผลต่อทรงพุ่มของมะขามเปรี๊ยว เพราะมะขามเปรี๊ยวจะชอบแดดจัด น้ำน้อย ถ้าปลูกที่ร่มมะขามจะไม่โต ไม่ติดฝักให้ และถ้าบำรุงรดน้ำใส่ปุ๋ยมากเกินไปก็จะไม่ติดฝัก ต้นจะสวยแต่ใบ

ปลูกมะขามเปรี้ยวยักษ์

เตรียมหลุมปลูกมะขามเปรี้ยวยักษ์ กันดีกว่า

หากดินแข็งให้ขุดหน้าดินกว้าง 50 เซนติเมตร ลึก 50 เซนติเมตร หาเศษหญ้าปุ๋ยคอก (ขี้วัว) รองก้นหลุม ถ้าดินในที่นั้นแห้งแล้งน้ำน้อยใช้กากมะพร้าวชิ้นใหญ่ ลงไปที่ก้นหลุมกลบดินตามเดิม แล้วขุดดินมา 1 หน้าจอบ และนำต้นพันธ์มะขามเปรี๊ยวยักษ์ ลงปลูกในระดับดินอยู่ใต้ผ้าทาบ 1 อาทิตย์ หลังจากลงปลูกจึงกรีดผ้าทาบออก ต้องหาไม้มาช่วยค้ำต้นกันลมโยกต้น รดน้ำวันละครั้งในช่วงแรก หลังจากนั้นให้ทิ้งช่วงประมาณ 6 เดือน หรือ 2 อาทิตย์ต่อครั้งหากเร่งต้นให้โต จากนั้นให้ใส่ปุ๋ยคอกอัตราส่วน 100 – 200 กรัมต่อ 1 ต้น ในปีแรกแบ่งเป็น 2 ครั้ง คือ 6 เดือนต่อครั้ง สำหรับปีต่อไปจำนวน 200 – 300 กรัมตามลำดับ และปีต่อไปให้เพิ่มปุ๋ยมากขึ้นตามทรงพุ่มของต้น

การดูแลรักษาต้นมะขาม ดูแลเหมือนไม้ผลทั่วไป หลังจากปีที่ 2 และขึ้นปีที่ 3 ถ้าอยากให้มะขามติดฝัก ควรหยุดน้ำหยุดปุ๋ย ให้ต้นสลัดใบในช่วงหน้าร้อน พอต้นฝน ฝนตกลงมามะขามก็จะแตกใบอ่อนและดอกจะติดฝักให้ หลังจากออกดอกติดฝักให้บำรุงรดน้ำใส่ปุ๋ยและเด็ดฝักฝักอ่อนทิ้งบ้างหากได้ฝักเยอะเกินจำเป็น เพราะจะทำให้ต้นโทรมได้ เนื่องจากเมื่อมะขามติดฝักแล้ว ต้นจะเริ่มโตช้าลงเพราะมะขามจะนำอาหารไปเลี้ยงฝักหมด

การใส่ปุ๋ยต้นมะขามเปรี้ยวยักษ์ เมื่อมะขามให้ฝักควรใช้ปุ๋ยอินทรีย์ โดยแบ่งใส่ 2-3 ครั้งจะช่วยให้ฝักใหญ่ได้น้ำหนักมาก และให้น้ำในระยะปลูกใหม่ไม่ขาด ถ้าฝนไม่ตกเพิ่ม ต้องรดน้ำ 1-2 ครั้ง/วัน (ขึ้นอยู่กับสภาพดิน หรือประมาณ 1 สัปดาห์ต่อครั้ง) จนกว่ามะขามยักษ์จะเริ่มเป็นจากนั้นทิ้งให้ห่างประมาณ 7-10 วันต่อครั้ง

ปลูกมะขามเปรี้ยวยักษ์

ตลาดมะขามเปรี้ยวยักษ์

ทางด้านการตลาดนั้น น่าสนใจ เพราะมะขามเปรี้ยวยักษ์จัดเป็นพืชเศรษฐกิจที่จะสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรไม่แพ้พืชหลักอื่น เนื่องจากตลาดมีความต้องการเป็นจำนวนมากราคามะขามเปรี้ยวแกะเมล็ดแล้วจะมีราคากิโลกรัมละ 20-40 บาท มะขามฝักใหญ่แบบสดจะอยู่ที่กิโลกรัมละ 10-20 บาท มะขามเปรี้ยวเป็นพืชที่สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างกว้างขวาง โดยใช้เป็นส่วนประกอบของอาหาร ยา และเครื่องใช้ในครัวเรือน และยังทำเป็นในรูปอุตสาหกรรมได้อีก เช่นโรงงานน้ำพริก เครื่องปรุงน้ำพริกมะขามเปียกสำเร็จรูป สมุนไพรบำรุงผิวพรรณ เครื่องสำอาง ไวน์ แยม ซอสมะขาม ลูกอม เครื่องดื่ม ชามะขาม เยลลี่ ยาระบาย ยาลูกกกลอน ฯลฯ ตลาดสำหรับมะขามเปรี้ยวถือว่ากว้างมากเหมาะสำหรับเป็นไม้ผลในการแปรรูปเป็นระบบอุตสาหกรรม และยังมีตลาดสำหรับการส่งออกอีก

ทางด้านผู้รับซื้อ มะขามเปรี้ยวฝักยักษ์ เพื่อไป ทำมะขามเปียก เนื่องจากน้ำหนักหายไปเยอะ หลังจาแกะเปลือกและเมล็ดออกแล้ว น้ำหนักจะหายไปประมาณ 60-70% จากราคาที่รับซื้อกันก็ไม่เกิน 20 บาท หักค่าใช่จ่ายแล้วราคาที่เกษตรกรได้จริงที่ 10 บาทต่อกิโลกรัม และถ้าน้ำหนักฝักแห้งต่อต้นอยู่ที่ 500 กก. หลังแกะแล้วน้ำหนักหายไป 70% ก็จะได้อยู่ที่ต้นละ 150 กก x 10 บาท เท่ากับขายได้ต้นละ 1,500 บาท โดยประมาณ สำหรับมะขามเปียก ถ้าคิดที่ราคากลางก็จะได้ 150 กก. x 40 บาท เท่ากับต้นละ 6,000 บาท ถ้าเป็นมะขามสด ต่อต้นอยู่ที่ 500-1,000 กก. คิดที่ 700 กก แล้วกัน น้ำหนักไม่หาย x โลละ 7-8 บาท เท่ากับขายได้ต้นละ 4,900 – 5,600 บาท

ราคามะขามเปียก ตลาดไท โดยมะขามเปียกแกะเม็ด(มีก้าน) กิโลกรัมละ 35 – 40 บาท มะขามเปียกแกะเม็ด (ไม่มีก้าน) กิโลกรัมละ 40 – 45 บาท และมะขามเปียกมีเม็ด กิโลกรัมลา 18 – 20 บาท (ราคาล่าสุด ณ 6 มิถุนายน 2556) ปัญหาสำคัญของเกษตรคือ ราคาขายไม่ได้กำไรมาก

ปลูกมะขามเปรี้ยวยักษ์

เกษตรกรสามารถแปรรูปมะขามเปรี้ยวเพื่อจำหน่ายอีกทางหนึ่ง เนื่องจากมะขามเปียกจะถูกซื้อเข้าห้องเย็นในราคาถูกช่วงที่ผลผลิตออกมามากๆ และจะถูกกักตุนไว้ช่วงมะขามขาดตลาดก็จะนำออกมาขายในราคาที่สูงขึ้นกว่าเท่าตัวหรือมากกว่า เพราะมะขามเปียกถ้าแช่เย็นจะอยู่ได้เป็นปี แต่ผลผลิตที่ออกจากไร่จะมีแค่ปีละครั้งเท่านั้น รายจ่ายที่เป็นต้นทุนค่าดูแลไม่มาก แต่หากมีผลผลิตมักต้องจ้างแรงงานเพื่อทำการคัดแยกและแปรสภาพตามความต้องการ อาจมีต้นทุนที่สูงตามจำนวนผลผลิตที่ได้

แหล่งเรียนรู้การปลูกมะขามเปรี้ยวยักษ์

  • ที่สวน วิรัตน์ อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา แหล่งศึกษาเรียนรู้สำหรับผู้ที่รักการเษตรและรักธรรมชาติ โทร.081-929-6124
  • ไร่มะขามเปรี้ยวยักษ์ คุณ ชุมพล ต.ทัพหลวง อ.เมือง จ. นครปฐม โทร.081-297-1250

อ้างอิงข้อมูล : talaadthai.com / kasetporpeang.com / glamdring.baac.or.th

เกษตรมือใหม่

เกษตรมือใหม่

เริ่มต้นจากการที่อยากปลูกผักกินเอง ปลูกมาเรื่อยๆ จนเกิดเป็นไอเดียที่หลากหลายและอยากนำมาแชร์กันให้รู้ ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผักนะเออ