การปลูกพริกขี้หนูหัวเรือพันธุ์ใหม่

การปลูกพริกขี้หนูหัวเรือพันธุ์ใหม่

หลังจากได้ลงเรื่องการปลูกพริกขี้หนูแบบธรรมชาติไปแล้ว วันนี้มีโอกาสเลยลงเรื่องการปลูกพริกขี้หนูหัวเรืออีกเรื่อง เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับพริกๆ และคิดว่า ผักสวนครัวชนิดนี้ น่าจะมีอยู่ติดบ้านทุกหลังจริง ครับ ผมคิดว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะปลูกไว้ มีไว้ไม่ได้ใช้ ดีกว่าเวลาจะใช้แล้วไม่มีครับ พริกนั้น เป็นผักสวนครัวอันดับแรกๆ ที่ควรมีติดบ้านไว้เลยทีเดียวจริงๆ ทำไมถึงคิดแบบนี้

ก็เพราะโดยเฉลี่ยคนไทยบริโภคพริกคนละ 5 กรัมต่อวันนะครับ ลองคำนวณคร่าวๆ เทียบกับประชากรคนไทย 60 ล้านคน แต่มีการบริโภคพริกถึง 109,500,000 กิโลกรัมต่อปีทีเดียว ผมเลยเห็นว่าเรื่องนี้สำคัญ และพริกที่เป็นพันธุ์ที่มีการบริโภคกันมากคือ พริกขี้หนูหัวเรือพันธุ์ใหม่ และพื้นที่ในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือก็เป็นแหล่งปลูก พริกขี้หนูหัวเรือ มีการขยายพื้นที่ปลูกกันมากที่สุดโดยเฉพาะในเขตจังหวัดอุบลราชธานี แต่ที่ผ่านมาเกษตรกรที่ปลูกพริกสายพันธุ์นี้พบปัญหาเรื่องผลผลิตต่อไร่ต่ำลงเรื่อยๆ เนื่องจากมีการเก็บเมล็ดพันธุ์เองและไม่มีการคัดเลือกสายพันธุ์

การปลูกพริกขี้หนูหัวเรือพันธุ์ใหม่

ศูนย์วิจัยพืชสวนศรีสะเกษ ใช้เวลาประมาณ 7 ปี คัดเลือกพันธุ์พริกหัวเรือแบบสายพันธุ์บริสุทธิ์ และได้ทดสอบสายพันธุ์ในไร่ของเกษตรกร ได้พริกขี้หนูหัวเรือพันธุ์ใหม่ที่ให้ผลผลิตสูงกว่าพันธุ์ที่เกษตรกรเก็บพันธุ์เองถึง 14 เปอร์เซ็นต์ ขนาดของทรงพุ่มเล็กกะทัดรัด มีความสูงและเส้นผ่าศูนย์กลางของต้น ประมาณ 80-90 เซนติเมตร มีอายุการเก็บเกี่ยวเร็ว คือ 90 วัน หลังจากย้ายปลูกลงแปลง ที่สำคัญเป็นพริกที่มีขนาดผลสม่ำเสมอและให้ผลผลิตดกมาก มีความยาวของผลเฉลี่ย 7-8 เซนติเมตร จัดเป็นพริกขี้หนูผลใหญ่ที่มีความเผ็ดมาก ทางชมรมเผยแพร่ความรู้ทางการเกษตร จังหวัดพิจิตร ได้ทดลองปลูก พริกหัวเรือพันธุ์ใหม่นี้แล้วพบว่า เป็นพริกที่ให้ผลผลิตดี ติดผลดก ผลผลิตต่อไร่สูงมาก และที่สำคัญเป็นที่ต้องการของตลาดเป็นอย่างสูง

การปลูกพริกหัวเรือพันธุ์ใหม่ ที่ให้ผลผลิตดีนั้น ต้องเป็นที่ดอน น้ำไม่ท่วม ดินดีและมีความเป็นกรด-ด่างประมาณ 6-6.8 มีอินทรียวัตถุพอสมควร มีความร่วนซุยระบายน้ำได้ดี ไม่มีไส้เดือนฝอยรากปม โดยเริ่มเพาะต้นกล้าพริกตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคม-กลางเดือนสิงหาคม เพื่อปลูกในเดือนกันยายน ซึ่งในช่วงดังกล่าวฝนจะตกชุกที่สุด จะทำให้ต้นกล้าพริกเน่า เพราะน้ำขังแปลงปลูก หรือดินแน่น ไม่อย่างนั้นก็ต้องแก้ปัญหาด้วยการเพาะต้นกล้าใส่ถาดหลุม เพื่ออนุบาลต้นกล้าให้แข็งแรงก่อนนำลงปลูกในร่อง

เมล็ดพันธุ์ที่จะนำมาเพาะต้องเป็นพันธุ์ดี ไม่มีโรคและแมลง ก่อนเพาะ 1 วัน ต้องนำไปแช่น้ำอุ่น 55 องศาเซลเซียส (น้ำเย็น 1 ส่วน+น้ำเดือด 1 ส่วน) นาน 20 นาที เพื่อฆ่าเชื้อแอนแทรกโนส (กุ้งแห้ง) ที่ติดมากับเมล็ดพันธุ์ได้เมล็ดที่ลอยน้ำแสดงว่าลีบให้เก็บทิ้ง หลังจากนั้นนำไปแช่ในสารละลายสปอร์เชื้อไตรโคเดอร์ม่าสด (เชื้อสด 4 ถุง+น้ำ 100 ลิตร) แช่เมล็ด 1 คืน จึงเพาะในกระบะหลุมละ 1 เมล็ด กลบดิน เก็บถาดในที่ร่มรำไร หรือมีตาข่ายพรางแสง อย่าให้ถูกฝนโดยตรง

การปลูกพริกขี้หนูหัวเรือพันธุ์ใหม่

หลังจากงอกได้ 15 วัน ให้พ่นน้ำหมักชีวภาพ สูตรบำรุงต้นอัตรา 2-3 ช้อนแกง/น้ำ 20 ลิตร (พ่นทุก 7-10 วัน) จะทำให้ต้นโตเร็วขึ้น ไม่ควรใช้ยูเรีย เพราะต้นกล้าจะอวบเกินไป เมื่อต้นกล้าอายุ 1 เดือน หรือมีใบจริง 2-3 ใบ ก็นำมาปลูกได้ หรืออีกวิธีคือการเพาะต้นกล้าในแปลงที่อยู่ในที่ดอน ใช้ตาข่ายพรางแสง อย่าให้ถูกฝนโดยตรง

วิธีการเตรียมเมล็ดทำเหมือนเพาะในกระบะทุกอย่าง ส่วนวัสดุเพาะใช้เชื้อไตรโคเดอร์ม่าสด ผสมปุ๋ยหมักแห้ง อัตรา 2-3 กิโลกรัม/10 ตารางเมตร ร่วมกับหว่านปูนขาว 0.5-1 กิโลกรัม/10 ตารางเมตร คลุกเคล้าให้เข้ากัน จึงหว่านเมล็ด โดยพื้นที่ 5 ตารางเมตร จะใช้เมล็ดพันธุ์พริกหว่านประมาณ 50 กรัม กลบดินให้เมล็ดจมดินทุกเมล็ด อย่าให้เมล็ดอยู่เหนือดิน เมื่ออายุ 1 เดือน หรือกล้าพริกมีใบจริง 2-3 ใบ จึงถอนไปปลูกได้

การปลูกพริก หลังเตรียมดินดีแล้ว พร้อมปรับสภาพดินโดยใส่ปูนขาวโดโลไมต์ อัตรา 20-25 กิโลกรัม/ไร่ ก่อนปลูกรองพื้นด้วยปุ๋ยหมักแห้ง อัตรา 150-200 กิโลกรัม/ไร่ (ผสมปุ๋ยหมักแห้ง 100 กิโลกรัม+เชื้อสด 4 ถุง ถุงละ 250 กรัม+รำ 5 กิโลกรัม) ซึ่งเกษตรกรที่นิยมปลูกแบบปักดำ กดรากลงในดินจะทำให้โคนต้นกล้าพริกช้ำง่าย ต้นกล้าจึงต้องใช้เวลาฟื้นตัวนาน ถ้าต้องการให้ต้นกล้าดูดอาหาร แตกกิ่งได้เร็วขึ้นควรปลูกแบบหลุม และยกร่องเพื่อป้องกันน้ำขัง ในหลุมรองพื้นด้วยปุ๋ยหมักแห้ง (ผสมปุ๋ยหมักแห้ง 100 กิโลกรัม+เชื้อสด 4 ถุง ถุงละ 250 กรัม+รำ 5 กิโลกรัม) อัตราหลุมละ 100 กรัม ก่อนปลูกแช่รากพริกด้วยเชื้อสด 4 ถุง ถุงละ 250 กรัม ละลายในน้ำ 100 ลิตร แช่นาน 30 นาที จนกว่าจะปลูกเสร็จ (ถ้าปลูกไม่เสร็จ ให้ละลายเชื้อใหม่อย่าแช่รากทิ้งไว้)

การปลูกแบบหลุมเมื่อรากฟื้นตัวจะดูดอาหารได้ทันที และป้องกันโรครากเน่าและโคนเน่าด้วย ซึ่งในฤดูฝนเสี่ยงต่อโรคในดินหลายชนิด ควรฉีดสารป้องกันกำจัดโรคและแมลงเป็นระยะๆ หรือตามความเหมาะสมในแต่ละช่วงของการเจริญเติบโตของพริก

การเพาะพันธุ์ การปลูกพริกขี้หนูสวน

การดูแลรักษาพริกหัวเรือพันธุ์ใหม่ หลังปลูก 15 วัน พ่นน้ำหมักชีวภาพ สูตรบำรุงต้น อัตรา 2-3 ช้อนแกง/น้ำ 20 ลิตร (พ่นทุก 7-10 วัน จนออกดอก) พ่นน้ำหมักชีวภาพ สูตรบำรุงผล อัตรา 2-3 ช้อนแกง/น้ำ 20 ลิตร (พ่นทุก 7-10 วัน จนถึงเก็บเกี่ยว) พ่นแคลเซียมไนเตรต (15-0-0) อัตรา 30 กรัม/น้ำ 20 ลิตร ในช่วงติดผลเล็กเพื่อแก้ปัญหาเกิดผลนิ่ม ปลายผลเหี่ยวเนื่องจากการขาดธาตุแคลเซียมและป้องกันไม่ให้เชื้อราที่เป็นสาเหตุโรคกุ้งแห้งเข้าทำลายซ้ำ พ่นสปอร์เชื้อสด 4 ถุง ถุงละ 250 กรัม+น้ำ 200 ลิตร ร่วมกับน้ำหมักชีวภาพทุก 1 เดือน ถ้ามีไร โรค แมลงศัตรูทำลาย ให้ใช้สารเคมีตามความเหมาะสมหรือพ่นสลับกับน้ำหมักสมุนไพร

อ้างอิง matichon.co.th / dailynews.co.th

เกษตรมือใหม่

เกษตรมือใหม่

เริ่มต้นจากการที่อยากปลูกผักกินเอง ปลูกมาเรื่อยๆ จนเกิดเป็นไอเดียที่หลากหลายและอยากนำมาแชร์กันให้รู้ ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผักนะเออ