Jan
16/12

ปลูกผักพื้นบ้านไทย ได้ประโยชน์

การปลูกพืช ผักสวนครัว

ผักส่วนใหญ่มักแพงตามราคาและความต้องการของตลาด และความนิยมบริโภคผักแต่ละชนิดนั้นก็ล้วนแต่เห็นถึงความอร่อย แต่ไม่ได้คำนึงถึงคุณค่าทางโภชนาการของผักชนิดนั้นๆ อย่างทั่วถึงนัก รู้หรือไม่ว่า ผักพื้นบ้านของไทยเรา ที่หาง่าย อยู่ตามรั้วรอบๆ บ้าน ก็มีคุณค่าสารอาหารและสรรพคุณไม่แพ้ผักแพงๆ จากต่างประเทศเลยทีเดียว เหตุเพราะน้ำท่วมทำให้ผักหลายๆ ชนิดขึ้นราคา อีกทั้งช่วงเทศกาลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกินเจ ตรุษจีน เทศกาลปีใหม่ ล้วนแล้วแต่มีความต้องการผักไว้รับประทานอย่างมาก ทำให้ราคาผักบางชนิดขยับไปสูงมากเกินความพอดี อีกทั้งปัญหาในการขนส่งและขาดซึ่งวัตถุดิบในการปลูก จึงทำให้ผักยิ่งแพงมากขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว

ผักพื้นบ้านของไทย มีคุณค่ามากมาย อีกทั้งได้ประโยชน์สารอาหารครบถ้วนไม่ต้องง้อผักจากต่างประเทศ หากการรับประทานผักแต่ละมือของคุณเน้นคุณค่าทางอาหารมากกว่าราคาและความอร่อย ทางเลือกของผู้ชอบทานผักที่ไม่ง้อตลาดผัก




นายต่อพงษ์ ไชยสาส์น รมช.สาธารณสุข ได้ให้ข้อมูลว่า ขณะนี้มีพืชผักสมุนไพรพื้นบ้านหลายชนิด ที่สามารถใช้เป็นยาและเป็นอาหารได้ เช่น สะเดา ผักแพว กะเพรา ซึ่งถือเป็นประโยชน์อาหารไทยยกกำลัง 2 ซึ่งมีลักษณะพิเศษต่างจากอาหารชาติอื่น จึงมีนโยบายให้สำนักโภชนาการ กรมอนามัย ทำการศึกษาวิจัยหาคุณค่าของผักพื้นบ้านที่คนไทยทั้ง 4 ภาค นิยมกินกันอยู่ทั่วไป ทั้งดอก ใบ ยอดอ่อน ฝัก ผล หัว และราก เพื่อเผยแพร่สรรพคุณและส่งเสริมให้มีการนำมาเป็นอาหารบำรุงสุขภาพในปี 2555 เพิ่มภูมิต้านทานโรค และจะให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเผยแพร่ส่งเสริมประชาชนใช้บริโภคและให้โรงพยาบาลในสังกัดของกระทรวงสาธารณสุข นำมาปรุงเป็นอาหารของผู้ป่วยเป็นตัวอย่างประชาชน เมื่อออกจากโรงพยาบาลสามารถนำไปทำกินเองที่บ้านได้

ด้าน นพ.สมยศ ดีรัศมี อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ประเทศไทยมีผักพื้นบ้านมากกว่า 300 ชนิด ส่วนใหญ่จะขึ้นเองตามธรรมชาติ เช่น ริมห้วย หนอง คลอง บึง และป่าเขา ในการศึกษาผักพื้นบ้านในปี 2554 นี้ กรมอนามัยได้เก็บตัวอย่างผักพื้นบ้าน รวม 45 ชนิด จาก 4 ภาค ประกอบด้วย ภาคกลาง 12 ชนิด ภาคเหนือ 6 ชนิด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 5 ชนิด และภาคใต้ 22 ชนิด โดยศึกษาปริมาณสารอาหารที่มีความสำคัญต่อร่างกาย 9 ชนิด ได้แก่ 1.พลังงาน 2.โปรตีน 3.ไขมัน 4.คาร์โบไฮเดรต 5.เบต้าแคโรทีน 6.วิตามินซี 7.ใยอาหาร 8.ธาตุเหล็ก และ 9.แคลเซียม

ปลูกผักพื้นบ้านไทย ได้ประโยชน์ ผักสวนครัวรั้วกินได้

ผลการศึกษาเมื่อเปรียบเทียบน้ำหนักทุก 100 กรัมเท่ากัน พบว่าผักพื้นบ้านของไทยทุกชนิดให้พลังงาน โปรตีน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรตน้อยมาก จึงกล่าวได้ว่าผักเหล่านี้กินแล้วไม่ทำให้อ้วน

ผักพื้นบ้านไทย ที่มีแคลเซียมสูงที่สุด 10 อันดับ

  • หมาน้อย มี 423 มิลลิกรัม
  • ผักแพว มี 390 มิลลิกรัม
  • ยอดสะเดา มี 384 มิลลิกรัม
  • กะเพราขาว มี 221 มิลลิกรัม
  • ใบขี้เหล็ก มี 156 มิลลิกรัม
  • ใบเหลียง มี 151 มิลลิกรัม
  • ยอดมะยม มี 147 มิลลิกรัม
  • ผักแส้ว มี 142 มิลลิกรัม
  • ดอกผักฮ้วน มี 113 มิลลิกรัม
  • ผักแมะ มี 112 มิลลิกรัม

แคลเซียมมีบทบาทหลักคือ เป็นองค์ประกอบที่สำคัญของกระดูก และป้องกันโรคกระดูกพรุนช่วยในการทำงานของระบบประสาท กล้ามเนื้อ หัวใจ และหลอดเลือด นอกจากนี้ ยังช่วยในการแข็งตัวของเลือดและควบคุมการหลั่งของฮอร์โมนบางชนิดอีกด้วย

ผักพื้นบ้านไทย ที่มีธาตุเหล็กสูงสุด 5 อันดับแรก

  • ใบกะเพราแดง มี 15 มิลลิกรัม
  • ผักเม็ก มี 12 มิลลิกรัม
  • ใบขี้เหล็ก มี 6 มิลลิกรัม
  • ใบสะเดา มี 5 มิลลิกรัม
  • ผักแพว มี 3 มิลลิกรัม

ส่วนธาตุเหล็กเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการสร้างฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง เพื่อนำออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย และมีบทบาทในด้านพัฒนาการและการเรียนรู้สมรรถภาพในการทำงานสร้างภูมิต้านทานโรค และเกี่ยวข้องกับการเจริญพันธุ์ธาตุเหล็ก จะถูกดูดซึมได้ดีต้องรับประทานอาหารที่มีวิตามินซีควบคู่ด้วย

ผักพื้นบ้านไทย ที่มีใยอาหารสูง 10 อันดับ

  • ยอดมันปู มี 16.7 กรัม
  • ยอดหมุย มี 14.2 กรัม
  • ยอดสะเดา มี 12.2 กรัม
  • เนียงรอก มี 11.2 กรัม
  • ดอกขี้เหล็ก 9.8 กรัม
  • ผักแพว 9.7 กรัม
  • ยอดมะยม 9.4 กรัม
  • ใบเหลียง 8.8 กรัม
  • หมากหมก 7.7 กรัม
  • ผักเม่า มี 7.1 กรัม

ซึ่งใยอาหารในผักพื้นบ้านไทยนี้ ทำให้ร่างกายขับถ่ายอุจจาระได้เร็วขึ้น ท้องไม่ผูก ช่วยป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ และทำให้การดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือดช้าลง ส่งผลให้ลดระดับการใช้อินซูลิน นอกจากนี้ ใยอาหารบางชนิดยังช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด

ผักพื้นบ้านไทย ที่มีเบต้าแคโรทีนสูง 10 อันดับ

  • ยอดลำปะสี มี 15,157 ไมโครกรัม
  • ผักแมะ มี 9,102 ไมโครกรัม
  • ยอดกะทกรก มี 8,498 ไมโครกรัม
  • ใบกะเพราแดง มี 7,875 ไมโครกรัม
  • ยี่หร่า มี 7,408 ไมโครกรัม
  • หมาน้อย มี 6,577 ไมโครกรัม
  • ผักเจียงดา มี 5,905 ไมโครกรัม
  • ยอดมันปู มี 5,646 ไมโครกรัม
  • ยอดหมุย มี 5,390 ไมโครกรัม
  • ผักหวาน มี 4,823 ไมโครกรัม

ผักพื้นบ้านไทย ที่มีวิตามินซีสูง 10 อันดับ

  • ดอกขี้เหล็ก มี 484 มิลลิกรัม
  • ดอกผักฮ้วน มี 472 มิลลิกรัม
  • ยอดผักฮ้วน มี 351 มิลลิกรัม
  • ฝักมะรุม มี 262 มิลลิกรัม
  • ยอดสะเดา มี 194 มิลลิกรัม
  • ผักเจียงดา มี 153 มิลลิกรัม
  • ดอกสะเดา มี 123 มิลลิกรัม
  • ผักแพว มี 115 มิลลิกรัม
  • ผักหวาน มี 107 มิลลิกรัม
  • ยอดกะทกรก มี 86 มิลลิกรัม

ผักพื้นบ้านไทยที่มีทั้งเบต้าแคโรทีนและวิตามินซี เป็นสารอาหารที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันโรคมะเร็ง โรคหัวใจ ลดการอักเสบ เสริมสร้างภูมิต้านทานโรคในร่างกาย ทำให้ร่างกายแก่ชราช้าลงด้วย แล้วแบบนี้ จะยังไปกินผักที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศหรือผักที่เราไม่ได้ปลูกเอง แถมมีราคาแพงอีก คงไม่สมกันเท่าไหร่เหมือนกันการซื้อซุปไก่สกัดมารับประทาน ทั้งๆ ที่ในบ้านก็มีเลี้ยงเป็ดไก่มีไข่ไว้รับประทานทุกวันอยู่แล้ว

อ้างอิงจาก ไทยรัฐออนไลน์

ข้อมูลการเกษตรที่เกี่ยวข้อง ที่อาจสนใจ

  1. มะรุม สมุนไพรไทยใช้รักษาโรค
  2. คุณค่าทางอาหาร ข้าวสังข์หยด
  3. พืชผักสวนครัวรั้วเป็นยา
  4. ผักสวนครัว มากคุณค่าอย่าง มะอึก
  5. พืชผักสวนครัว ออดิบ หรือ คูน

การปลูกพืช ผักสวนครัว

Last Updated on Thursday, 3 May 2012 08:06Written by adminMonday, 16 January 2012 09:16
บทความและเนื้อหานี้เกิดขึ้นจากการเรียบเรียงใหม่ของต้นฉบับในหลายแห่ง ทั้งที่ได้ระบุแหล่งอ้างอิงและไม่ได้ระบุในเนื้อหา ถูกรวบรวมไว้ในเนื้อหาเดียวกันภายใต้หัวข้อ ปลูกผักพื้นบ้านไทย ได้ประโยชน์ โดยเป็นเนื้อหาที่อนุญาตให้เผยแพร่ได้เฉพาะใน http://www.kasetorganic.com นี้เท่านั้น การคัดลอกหรือทำ โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาใดๆ หรือเพียงเล็กน้อย โปรดอ้างอิงถึงแหล่งที่มาจากแห่งนี้ด้วย เพื่อเคารพสิทธิอันพึงมีต่อการเผยแพร่บทความ

หากเนื้อหาส่วนใดส่วนหนึ่งที่มีการทำซ้ำ ดัดแปลง แก้ไข และเข้าข่ายเป็นการละเมิดสิทธิประโยชน์อันชอบธรรมของผู้อื่น ผู้เขียนและ webmaster kasetorganic.com จะไม่ขอรับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น จึงแจ้งให้ทราบโดยทั่วกัน






Comments are closed.
Organic Vegetables

organic webboard forum

Like in Facebook