ทำไมต้อง ปลูกข้าวแบบประณีต

ทำไมต้อง ปลูกข้าวแบบประณีต

ทำไมล่ะ ปลูกแบบลุกลนได้ไหม ปลูกข้าวแบบโยนกล้าได้ไหม ปลูกแบบเหวี่ยงกล้าได้ไหม ทำไมต้องการปลูกข้าวระบบประณีต ทำแบบส่งๆ ไปไม่ได้เหรอ มีคำตอบให้รู้ แม้จะยังไม่รอบรู้ละเอียดมากนัก แต่วิธีการนี้ก็ยังคงเป็นไปได้อยู่ หากให้ผลผลิตไม่ดีเค้าคงไม่คิดวิธีขึ้นมาหรอกมั้ง ผมก็เดาส่งไปก่อน ก่อนจะนำเสนอข้อมูลในด้านจริง

การปลูกข้าวระบบประณีต หรือในภาษาอังกฤษว่า System of Rice Intensification เรีกสั้นว่า SRI ได้ถูกพัฒนาที่ประเทศมาดากาสการ์ และในระยะต่อมาได้มีการทดสอบวิธีการปลูกข้าววิธีนี้อย่างกว้างขวางและเป็นที่ยอมรับของชาวนาในหลายประเทศในเอเชีย เนื่องจากวิธีการปลูกข้าววิธีนี้ให้ผลผลิตข้าวเพิ่มขึ้น ต่อหน่วยพื้นที่

  • อย่างมีนัยสำคัญ
  • โดยผลผลิตที่ได้ไม่ต่ำกว่า 1,200 กก. ต่อไร่ นอกจากนี้ยังสามารถลดปริมาณการใช้น้ำได้มากกว่าครึ่งหนึ่งของการทำนาแบบปกติที่มีน้ำขังในแปลงนาตลอดฤดูกาลปลูก

    การปลูกข้าวระบบประณีต ในศูนย์วิจัยข้าวฉะเชิงเทรา ได้เปรียบเทียบวิธีการปลูกข้าวระบบประณีต กับวิธีการปลูกข้าววิธีเดิมที่เกษตรกรเคยปฏิบัติกันมา ได้ถูกลงมือวางแผนการทดลองแบบจำนวน 3 ซ้ำ โดยเปรียบเทียบปัจจัย คือ

    • วิธีการจัดการน้ำ 2 วิธีการ
    • พันธุ์ข้าว 3 พันธุ์ ได้แก่ พันธุ์พิษณุโลก 2, ปทุมธานี 1 และขาวดอกมะลิ 105
    • อายุกล้าข้าว 2 อายุได้แก่ อายุกล้าข้าว 12 วัน ร่วมกับการปักดำหลุมละ 1 ต้น (วิธี SRI) และอายุกล้าข้าว 25 วัน ร่วมกับการปักดำหลุมละ 3-4 ต้น (วิธีการปลูกข้าววิธีเดิม)

    ทำไมต้อง ปลูกข้าวแบบประณีต

    ผลการทดลองพบว่า วิธีการจัดการน้ำแบบท่วมขังตลอดฤดูกาลปลูก ให้ ผลผลิตข้าวสูงกว่า วิธีการจัดการน้ำแบบไม่ท่วมขังจนถึงระยะกำเนิดช่อดอกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ พันธุ์ข้าวปทุมธานี 1 ให้ผลผลิตสูงสุดเฉลี่ย 952 กิโลกรัมต่อไร่ และให้ผลผลิตสูงกว่าพันธุ์พิษณุโลก 2 และขาวดอกมะลิ 105 การใช้อายุกล้าข้าวอ่อน 12 วันและร่วมกับการปักดำหลุมละ 1 ต้นให้ผลผลิตสูงถึง 850 กิโลกรัมต่อไร่ในขณะที่การใช้อายุกล้าข้าวแก่ 25 วันร่วมกับการปักดำหลุมละ 3-4 ต้น ให้ผลผลิตเพียง 764 กิโลกรัมต่อไร่ เมื่อเปรียบเทียบการปลูกข้าววิธี SRI และการปลูกข้าววิธีเดิมร่วมกับพันธุ์ข้าว พันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ 105 วิธี SRI ให้ผลผลิตเฉลี่ย 702 กิโลกรัมต่อไร่โดยให้ผลผลิตสูงกว่าการปลูกข้าววิธีเดิม 75 กิโลกรัมต่อไร่หรือ 12 เปอร์เซ็นต์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

    หลักการปลูกข้าวระบบประณีต เป็นวิธีการผสมผสานของการจัดการพืช การจัดการน้ำ และการจัดการดินแนวทางใหม่ โดยใช้ต้นกล้าอ่อนอายุ 2-3 ใบ ปักดำหลุมละ 1 ต้น ใช้ระยะปักดำห่าง เป็นวิธีการปลูกข้าวโดยไม่มีน้ำท่วมขังช่วงระยะการเจริญเติบโตทางลำต้น (vegetative stage) และ มีน้ำขังเล็กน้อยในระยะการเจริญเติบโตให้ดอกผล (reproductive stage) ตลอดจนการใช้อินทรียวัตถุในการปรับปรุงคุณสมบัติทางกายภาพของดิน

    การปลูกข้าวระบบประณีต (SRI) ให้ผลผลิตสูง นักวิจัยทำการทดสอบแล้วก็เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของการปลูกข้าวระบบประณีต ปัจจัยที่มีผลโดยตรงต่อการเพิ่มผลผลิตข้าวในการปลูกข้าวระบบประณีต ตลอดจนการยอมรับของเกษตรกร แต่ดูเหมือนเกษตรกรหลายกลุ่ม ยังไม่ยอมรับวิธีการนี้เท่าไหร่ เนื่องจากสาเหตุหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น

    • ระบบ SRI ใช้ต้นกล้าอ่อนที่มีอายุ 2-3 ใบปักดำหลุมละ 1 ต้น ใช้ระยะปักดำห่าง การดำโดยไม่มีน้ำท่วมขังช่วงระยะการเจริญเติบโตทางลำต้น และมีน้ำขังเล็กน้อยในระยะการเจริญเติบโตให้ดอกผล แต่ในความเป็นจริงระบบน้ำส่วนใหญ่ในนาข้าวเป็นแบบน้ำท่วมขัง และการปักดำแบบปลูกข้าวต้นเดียวในปัจจุบันนั้น ไม่มีแรงงานมากพอ ส่วนใหญ่ใช้วิธีที่สะดวกกว่าคือการหว่าน มีส่วนน้อยที่ยังคงทำนาดำ
    • วิธีการปลูกข้าวแบบ SRI ปลูกแบบปักดำโดยใช้กล้าอายุ 12 วัน ปักดำหลุมละ 1 ต้น ระยะห่าง 25 x 25 เซนติเมตร ปฏิบัติจริงการใช้กล้าอายุน้อยมีความเสี่ยงสูงจากหลายปัจจัย และระยะปลูกห่างมากหากให้ผลผลิตน้อยก็จะขาดทุนมากด้วย
    • เจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานรัฐ ไม่ได้รับประกันว่าการปลูกวิธี SRI นั้นจะทำให้ได้ผลผลิตเท่ากับจำนวนที่ผลวิจัยออกมา เกษตรกรจึงยังคงกลับไปใช้วิธีเดิมที่ให้ความแน่นอนกว่า

    เมื่อระบบปลูกดี ได้ผลผลิตสูง แต่ทำไมยังอยู่ในห้องวิจัย ไม่เห็นมีชาวนาไหนนำมาปฏิบัติ อาจเป็นเพราะการทำนาจริง ไม่สามารถควบคุมสิ่งที่นักวิจัยสามารถทำได้นั่นเอง

    อ้างอิงที่มา srn.brrd.in.th / pre-rsc.ricethailand.go.th / brrd.in.th
    ดูวิธีการปลูกข้าวแบบโยนกล้า

    เกษตรมือใหม่

    เกษตรมือใหม่

    เริ่มต้นจากการที่อยากปลูกผักกินเอง ปลูกมาเรื่อยๆ จนเกิดเป็นไอเดียที่หลากหลายและอยากนำมาแชร์กันให้รู้ ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผักนะเออ