ธ.ก.ส.จัดทำปุ๋ยลดต้นทุน รับสินเชื่อและเงินสด

ปุ๋ยชีวภาพ มีประสิทธิภาพมากในการปลูกผัก และเกษตรกรรม

หากจะบำรุงคนก็ต้องมีอาหารดีๆ จะบำรุงต้นไม้ก็ต้องให้ปุ๋ยดีๆ เพราะปุ๋ยเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตพืช อันเป็นต้นทุนที่มองเห็นได้อย่างชัดเจน หากเกษตรกรรู้จักใช้อย่างเหมาะสมและถูกต้องตามหลักวิชาการ ก็จะทำให้ต้นทุนการผลิตต่ำลงได้ ซึ่งส่วนต่างนี้หมายถึงกำไรที่พวกเขาจะได้อย่างเป็นธรรม ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้ตระหนักถึงปัญหาธุรกิจขายปุ๋ยที่เกิดขึ้น จึงได้เข้ามาช่วยเหลือเกษตรกร โดยจัดโครงการ “ส่งเสริมการใช้ปุ๋ยเพื่อลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกร” ขึ้น โดยนายสุพัฒน์ เอี้ยวฉาย ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการนโยบายรัฐ ธ.ก.ส. บอกถึงกิจกรรมว่า…โครงการฯใช้ปุ๋ยเพื่อลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกร ธ.ก.ส.รับหน้าเสื่อเป็นโต้โผใหญ่จัดหาปุ๋ยแก่เกษตรกรทั้งในรูปเงินสดและเงินเชื่อ โดยมีเกษตรกร ผู้ปลูกข้าว มันสำปะหลัง และ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ประมาณ 4.8 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ รวมพื้นที่ 77.01 ล้านไร่ เข้าร่วมเป็นสมาชิกหรือลูกไร่

ธ.ก.ส.จัดทำปุ๋ยลดต้นทุน รับสินเชื่อและเงินสด

ตอนนี้ ธ.ก.ส. ได้เชิญชวนร้านค้าปุ๋ยเคมีที่เป็นธุรกิจขายปุ๋ยเข้าร่วมโครงการโดย ขึ้นทะเบียนแล้ว 958 ร้านค้า กระจายอยู่ในพื้นที่ ภาคเหนือ 297 ร้านค้า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 414 ร้านค้า ภาคกลาง 217 ร้านค้า และ ภาคใต้ 30 ร้านค้า ขณะนี้มีเกษตรกร ปลูกข้าวเข้าร่วม 20,787 ราย ผู้ปลูก มันสำปะหลังจำนวน 222 ราย และปลูก ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 2,584 ราย โดยผู้สนใจเข้าร่วมโครงการ สามารถขอใช้สิทธิได้ที่ ธ.ก.ส.ทุกสาขา เบื้องต้นพนักงานพัฒนาธุรกิจจะตรวจสอบที่มาของสิทธิตาม โครงการประกันรายได้ปี 2553/54 จากเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก หากมีสิทธิเข้าร่วมโครงการสามารถกำหนด

แปลงที่ดินที่จะเข้าร่วมโครงการ แต่เนื้อที่ทุกแปลงรวมแล้วต้องไม่เกินสิทธิที่โครงการกำหนด เนื่องจากจะมีผลต่อปริมาณการ รับชดเชยปุ๋ย กก.ละ 1.50 บาท ซึ่งจะแยกเป็นพื้นที่ ในเขตชลประ-ทาน และ นอกเขตชลประทาน ทั้งยังแยกตาม ชนิดและพันธุ์พืช ที่ใช้ปลูก เช่น ข้าวหอมมะลิ ข้าวหอมจังหวัด ข้าวเหนียว ปริมาณการ ชดเชยค่าปุ๋ยไม่เกิน 25 กิโลกรัมต่อไร่ ข้าวปทุมธานี และข้าวเจ้านาปี ไม่เกิน 35 กิโลกรัมต่อไร่ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และ มันสำปะหลัง ไม่เกิน 50 กิโลกรัมต่อไร่ โดยเกษตรกร จะต้องเลือกร้านค้าปุ๋ยเคมีที่ขึ้นทะเบียนไว้ และแจ้งพนักงานพัฒนาธุรกิจออกใบจัดหาปุ๋ย (ใบ ปร.6) ตามปริมาณความต้องการใช้ปุ๋ยที่โครงการกำหนด หากจะซื้อปุ๋ยด้วยเงินสดก็ให้นำใบ ปร.6 พร้อมเงินสด ไปชำระที่ฝ่ายการเงินของ ธ.ก.ส.โดยจ่ายเฉพาะราคาปุ๋ยที่หักเงินชดเชยจากรัฐบาลกิโลกรัมละ 1.50 บาท หรือ ตันละ 1,500 บาท จากนั้นก็นำใบ ปร.6 ฉบับจริงไปรับปุ๋ยที่ร้านค้าที่ตนเองเลือกไว้

ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการนโยบายรัฐ บอกด้วยว่า ในกรณีไม่มีเงินสด สามารถขอกู้เงินจาก ธ.ก.ส. โดยแจ้งพนักงานพัฒนาธุรกิจ เพื่อจัดทำสัญญาเงินกู้เพื่อซื้อปุ๋ยพร้อมออกใบจัดหาปุ๋ย (ปร.6) ตามปริมาณความต้องการใช้ปุ๋ยของเกษตรกร แต่ไม่เกินตามที่โครงการกำหนดและจะให้ใบ ปร.6 ฉบับจริงนำไปรับปุ๋ยที่ร้านค้า ภายในเดือนตุลาคม 2554 คาดการณ์ว่าจะสามารถจ่ายปุ๋ยให้เกษตรกรได้แล้วเสร็จ

ใครสนใจเข้าร่วม “โครงการส่งเสริมการใช้ปุ๋ยและธุรกิจขายปุ๋ยเพื่อลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกร” สามารถติดต่อได้ที่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ทุกสาขา หรือสอบถามได้ที่ เกษตรอำเภอ หรือ สำนักงานเกษตรจังหวัด ใกล้บ้าน

ที่มา ไทยรัฐออนไลน์

เกษตรมือใหม่

เกษตรมือใหม่

เริ่มต้นจากการที่อยากปลูกผักกินเอง ปลูกมาเรื่อยๆ จนเกิดเป็นไอเดียที่หลากหลายและอยากนำมาแชร์กันให้รู้ ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผักนะเออ