ดินดี พืชอุดมสมบูรณ์

ดินดี พืชอุดมสมบูรณ์

หลังจากได้เห็นโฆษณาของ บริษัท ทอช คนทำนา ที่เน้นนโยบายเกี่ยวกับ ดิน และออกโฆษณาเนื้อหาเกี่ยวกับชาวนาที่ปลูกข้าว และไม่ได้ดูแลรักษาโดยมุ่งเน้นต้นข้าว แต่ในนามีทั้งปลา และสัตว์ต่างๆ อาศัยอยู่มากมาย อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพย์ในนาข้าว ซึ่งมีผลพวงมาจาก การปรับปรุง บำรุงดิน เค้าเลยมุ่งมั่นจะ ขายดิน ปลูกข้าว แต่ดินของทอช นั้น ต้องนำไปใช้ผสมร่วมกับเคมีของเกษตรเอง เกษตรกรจะรู้จักเรื่องของปุ๋ยเคมีดีที่สุด เขาก็จะนำไปใช้ผสมผสานกับปุ๋ยเคมีที่เขารู้จักดี ในอัตราส่วน 5:1 เนื่องจากว่าเกษตรกรมีความเข้าใจผิดในการใช้ปุ๋ยเคมี เพราะจริงๆ แล้วการใช้ปุ๋ยเคมีเหมือนกับการใช้ผงชูรสปรุงอาหาร แต่เกษตรกรกลับไปใช้ผงชูรสอย่างเดียว เพื่อให้เกษตรกรได้รู้ว่าสัจธรรมในการปลูกพืชจริงๆ แล้วก็คือว่า ดินที่ดีก็คือปุ๋ยที่ดี

ดินของเค้า มาจากไหน?? น่าจะเป็นสูตรของเค้าเอง ซึ่งไม่ทราบที่มาและสูตร แต่ที่แน่ๆ หลังจากที่ได้อ่านจากบทสัมภาษณ์แล้ว ดินของทอช จำเป็นต้องนำไปผสมกับเคมีที่เกษตรย่อมรู้ดีว่า ควรนำไปผสมกับอะไร ปัญหาก็คือ ยังคงต้องพึ่งพาสารเคมีอยู่ดี…

การปรับปรุงบำรุงดินที่ไม่พึ่งพา สารเคมี

เรารู้อยู่แล้วว่า สารเคมี คือตัวเร่งให้พืชเติบโตได้รวดเร็ว ให้มีผลผลิตได้เร็วกว่าปกติธรรมดา และนำไปสู่การต่อต้านศัตรูพืชที่เป็นอุปสรรคในการให้ผลผลิต แต่ถามว่า ใช้อย่างอื่นแทนสารเคมีเหล่านี้ได้ไหม ตอบว่าได้ แต่ให้ผลช้า ผู้ที่ต้องการผลผลิตเร็ว ก็เลือกที่จะหันมาเห็นแก่ตัวด้วยการเลือกใช้สารเคมี แต่ผู้ที่เน้นผลผลิตที่มีคุณภาพและ เสียสละ เท่านั้น ที่จะเลือกแนวทางการปรับปรุงบำรุงดินและพืช ด้วยส่วนผสมที่ไร้สารเคมีโดยสิ้นเชิง นั่นคือ การปรับปรุงบำรุงดินด้วย อินทรีย์วัตถุ เพียงอย่างเดียว อาจให้ผลช้า แต่ในระยะเวลานานจะได้สิ่งที่มีค่ามากกว่าผลผลิต

สาเหตุที่ดินมีการเสื่อมโทรมที่รวดเร็ว

เกิดจากการใช้ที่ดินไม่เหมาะสม เช่น การทำการเกษตรบนที่ที่มีความลาดชันสูง การทำนาบนที่ดอน โดยเฉพาะพื้นที่ซึ่งเป็นดินที่มีทราย และเศษหินปนอยู่ในเนื้อดินมาก ทำให้เกิดการชะล้างพังทลายสูง และ การปลูกพืชชนิดเดียวกันติดต่อกันเป็นเวลาหลายๆ ปี ซึ่งเป็นธรรมดาที่พืชย่อมต้องดูดเอาธาตุอาหารในดินไปใช้ เมื่อไม่มีการปลูกพืชหมุนเวียนอื่นๆ อย่างเช่นการนำนาข้าว ก็ทำกันทั้งปี เป็นไปได้สูงที่ธาตุอาหารชนิดเดียวจะถูกดูดซึมไปจนหมดโดยที่ไม่มีการเพิ่มธาตุอาหารนั้นลงในดินเลย การเร่งที่จะเอาประโยชน์ มากกว่าการทดแทนในสิ่งที่กอบโกย ผลที่ได้ในระยะยาวก็อาจมีปัญหา แล้วก็ต้องใช้เคมีเร่ง เสริมเข้าไปมากขึ้นๆ ผลกระทบก็จะตามมาไม่จบสิ้น

ดินดี พืชอุดมสมบูรณ์

ดินที่ดี ต้องเป็นดินที่สมบูรณ์ในหลายด้าน

  • ความสมดุลของแร่ธาตุอาหาร เพื่อการเติบโตของพืช ธาตุอาหารพืชหลักในดินได้แก่ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และ โพแทสเซี่ยม ธาตุอาหารรอง ประกอบด้วย แคลเซียม แมกนีเซียม กำมะถัน ธาตุอาหารเสริมประกอบด้วย เหล็ก สังกะสี ทองแดง โบรอน โมลิบดินัม แมงกานีส และ คลอรีน และมีปฏิกิริยาของดินที่เป็นกลาง คือดินต้องไม่เป็นกรดเป็นด่างหรือมีความเค็มจนเกินไป จึงถือว่าเป็นดินดี อุดมสมบูรณ์
  • ความสมดุลของอากาศ และน้ำ ดินต้องมีโครงสร้างที่ดี มีการร่วนซุย อากาศถ่ายเทได้ดี มีความสามารถในการอุ้มน้ำได้ดี เม็ดดินเกาะกันอย่างหลวมๆ เพื่อช่วยให้รากพืชสามารถแผ่ขยาย และชอนไชไปหาแร่ธาตุอาหารพืชได้ง่ายได้ในระยะที่กว้างไกล เป็นดินที่อ่อนนุ่มไม่แข็งกระด้างจนเป็นปัญหาแก่รากพืช
  • ความสมดุลของจุลินทรีย์ คือเป็นดินที่มีจุลินทรีย์ และสิ่งที่มีชีวิตเล็กๆ ในดินอันเป็นประโยชน์ในปริมาณมาก ซึ่งสามารถควบคุมจุลินทรีย์ และสิ่งที่มีชีวิตเล็กๆ ในดินที่เป็นโทษแก่พืชได้เป็นอย่างดี และจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ในดิน สามารถสร้างกิจกรรมต่างๆ ที่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่พืชได้ เช่น สามารถย่อยแร่ธาตุในดินที่ยังไม่เป็นประโยชน์แก่พืช หรือให้ประโยชน์น้อยให้เป็นประโยชน์แก่พืช และเพิ่มปริมาณที่มากขึ้น มีการตรึงธาตุอาหารพืชจากอากาศให้เป็นประโยชน์แก่พืช สร้างสารปฏิชีวนะปราบโรคและศัตรูพืชในดินได้ เสริมสร้างพลังให้แก่พืชและทำลายสารพิษในดินได้

ทุกอย่างต้องเกี่ยวข้องกันเป็นวงจรของดิน ดินเปรียบเหมือนอาหาร เมื่ออาหารดี พืชก็ดูดซึมแร่ธาตุต่างๆ ไปใช้ประโยชน์ได้ดีไม่เป็นโรค แข็งแรง พร้อมจะต่อสู้กับศัตรูพืชได้หลากหลาย ทนทานต่อสิ่งแวดล้อม ดินดี พืชก็ดีไปด้วย

ดินดี พืชอุดมสมบูรณ์

การปรับปรุงดิน

  • พื้นที่ที่ทำการเกษตรที่มีเนื้อดินเป็นดินทราย เช่น ดินร่วนปนทราย ดินเหนียวปนทราย ดินปนลูกรัง ควรใช้ปุ๋ยอินทรีย์ร่วมด้วย เช่น ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยพืชสด เพื่อเพิ่มอินทรียวัตถุให้แก่ดิน อัตรา 2 ตันต่อไร่ขึ้นไป ส่วนไม้ผลควรมีการใส่ปุ๋ยหมักรองก้นหลุมปลูก และขุดใส่เป็นวงรอบรัศมีทรงพุ่ม ในปีต่อๆ ไป หรือปลูกพืชปุ๋ยสดแล้วไถกลบ
  • การใช้ปุ๋ยเคมี ปุ๋ยเคมียังมีความสำคัญต่อการปลูกพืชทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นพืชไร่ เช่น อ้อย มันสำปะหลัง ข้าวโพด หรือไม้ผลต่าง ๆ แต่ในพื้นที่ที่เป็นดินตื้นไม่มีหน้าดิน ควรใส่ร่วมกับการใส่ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยอินทรีย์อื่นๆ เช่น ปุ๋ยคอก ปุ๋ยพืชสด อนึ่งการใช้ปุ๋ยเคมีต้องมีความรู้ว่าสูตรใดใช้กับพืชชนิดใด จึงจะได้ผลดีและคุ้มค่ากับทุน
  • ในดินเปรี้ยว ซึ่งสังเกตุได้จากพื้นที่ซึ่งเป็นที่ลุ่มต่ำมีน้ำแช่ขัง น้ำจะใสมีหญ้าทรงกระเทียมหรือจูดหนูขึ้นหนาแน่น จำเป็นต้องใส่ปูนมาร์ล ปูนขาว หินปูนฝุ่น เพื่อแก้ปัญหาเบื้องต้น
  • ดินเค็ม เป็นดินที่มีเกลือที่ละลายน้ำได้เป็นองค์ประกอบอยู่สูงจนเป็นอันตรายต่อพืชที่ปลูก มีศักยภาพในการให้ผลผลิตต่ำ บางแห่งไม่สามารถปลูกพืชได้เลย การปลูกผลไม้ โดยการยกร่องสูงเช่นปลูกมะพร้าวสามารถแก้ปัญหาได้ บางพื้นที่ใช้ประโยชน์ในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เช่น กุ้ง หอย ปู และ ปลา

ขอบคุณข้อมูล ดิน ทอช คบเพลิง เป็นดินเกษตรที่ใช้ไปเรื่อยๆ แล้วดินจะดีขึ้น จากคุณประเสริฐ อัครศิริกาญจนะ ประธานกรรมการ บริษัท ทอช คนทำนา จำกัด / www.ku.ac.th ปัญหาการเสื่อมสภาพของดิน / organicthailand.com การบำรุงดินด้วยวิธีธรรมชาติ

เกษตรมือใหม่

เกษตรมือใหม่

เริ่มต้นจากการที่อยากปลูกผักกินเอง ปลูกมาเรื่อยๆ จนเกิดเป็นไอเดียที่หลากหลายและอยากนำมาแชร์กันให้รู้ ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผักนะเออ