ชีวิตพอเพียง ของฉัน

ชีวิตพอเพียง ของฉัน

ฉันไม่มีพื้นที่ถึง 1 ไร่ให้ทำตามความฝัน เห็นใครหลายคนบอกทำเกษตรพอเพียง 1 ไร่ก็อยู่ได้ แต่ฉันไม่ได้มีพื้นที่มากมายขนาดนั้น แต่ฉันจะสร้างคุณภาพชีวิตของฉันให้เป็นวิถีพอเพียงที่สมบูรณ์แบบที่สุด เป็นชีวิตที่พอเพียงในระบบเศรษฐกิจปัจจุบัน อาจจะหาคำว่าพอเพียงยาก คนจนก็จนลงเรื่อยๆ กลับกันที่คนรวยก็รวยเอารวยเอา

แก่นแท้ของชีวิตที่พอเพียง หาใช่การถอยหลังเข้าคลอง หาใช่นิยามความเชย ที่คนรักวัตถุนิยมแอบคิดอยู่ในใจ หากแต่คือการใช้ชีวิตอย่างมีเหตุผล และพอประมาณเพียงความสุขขั้นพื้นฐาน บางครั้งคนที่ได้ครอบครองกระเป๋าใบละ 5 หมื่น ก็ไม่ได้บ่งบอกอะไรนอกจากรสนิยมของเจ้าของ มันอาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่เขาบอกว่า ใช้ทนใช้นาน แต่ฉันว่ายังไงก็ยังแพงอยู่ดี ถ้าเทียบกับของชิ้นเดียวที่ย่อยสลายได้เป็นล้านปีแต่ราคาชิ้นละไม่กี่บาท

ผู้คนเดินขวักไขว่สวนกันไปมาอย่างรีบเร่งจนลืมมองท้องฟ้า ลืมมองคนที่เดินผ่าน มองเข้าไปลึก ๆ แล้ว คนเราก็เพียงแค่วิ่งตามความสุขที่อยู่บั้นปลายชีวิตเท่านั้น ด้วยความเชื่อที่ถูกฝังแน่นอยู่ในหัวว่า ชีวิตที่ต้องทำงานและดิ้นรนแก่งแย่งเท่านั้นจึงจะอยู่รอดปลอดภัยในภายภาคหน้า บางคราวัตถุที่เป็นเพียงสัญลักษณ์แห่งความสุขที่มนุษย์อุปโลกน์ขึ้นมา ก็เป็นเพียงแค่ความฉาบฉวยครั้งคราว ลมพัดก็ปลิวไปตามลม นอกจากจะไม่ยั่งยืนอยู่ทนยังมาเอาจิตวิญญาณเราไปด้วย

ความสุขที่ยั่งยืนไม่ได้อยู่ไกลจนถึงขนาดต้องวิ่งตาม ทุกอย่างอยู่ที่ใจ เพียงแค่เก็บเกี่ยวและเดินช้า ๆ เพื่อลองฟังเสียงหัวใจเต้นดูบ้าง ชีวิตที่ ฟูฟ่าที่ว่าดีนักหนานั้น ไม่ใช่วิถีดีที่เหมาะสมอย่างยั่งยืนแต่อย่างใด สุขแบบตูมตามครั้งเดียว แล้วหาไม่ได้อีกเลยตลอดชีวิต หรือจะสู้สุขทีละนิด แต่สุขนาน ๆ ได้ ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตที่เคยหรูหรา มาสู่วิถีสามัญที่ยั่งยืนดีกว่า

ชีวิตพอเพียง ของฉัน

กินแค่อยู่ หรือมีชีวิตอยู่เพื่อเอาแต่กิน บางคนมีความสุขกับการได้กินของแพง กินของนอก ทั้งที่รสชาติและคุณค่าไม่ได้แตกต่างกัน ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตกินเพียงอิ่ม แต่ครบถ้วนไปด้วยคุณค่าสารอาหารที่จำเป็นในชีวิต บริโภคอย่างพอเพียง เพื่อให้ชีวิตอยู่ได้อย่างเพียงพอ ของแพงไม่ได้แปลว่าอร่อย ภัตตาคารหรูไม่ได้แปลว่าสะอาดกว่าฝีมือของแม่ ลองปลูกพืชผักสวนครัวกินเองดูบ้าง คุณอาจพบว่า เวลากินผลผลิตจากมือตัวเอง ความภาคภูมิใจนั้น เป็นอาหารที่อร่อยที่สุดที่หากินที่ไหนไม่ได้ในโลก

จุดเปลี่ยนจากการใช้ชีวิตมนุษย์เงินเดือนจากในเมือง สู่วิถีชนบท บนพื้นที่มรดกพ่อแม่ แต่ไม่ใหญ่โตก็พออยู่ได้ เรามีสวน มีแม่น้ำสาธารณะ แล้วก็มีชาวบ้าน มีอะไรให้ดูแล้วมากมาย มีอะไรทำตั้งมากมาย อยู่กับเด็กๆ บ้านนอก ใส ซื่อ บริสุทธิ์ มีความสุขมากเพราะได้อยู่กับครอบครัว ได้ดูแลลูก ได้ทำในสิ่งที่ไม่ต้องฝืนใจ ไม่ต้องมีเจ้านายหลายคน และเป็นเจ้านายตัวเอง ทำเท่าไหร่มีเท่าไหร่ก็ใช้เท่านั้น เป็นความเพียงพอสำหรับตัวเอง

ทฤษฎีแบบพอเพียง ไม่มี ไม่ต้องใช้ทฤษฎีอะไร ในการใช้ชีวิตแบบพอเพียง กฏมีข้อเดียวคือ ให้รู้จักพอเท่านั้นเอง เมื่อรู้จักพอ ก็ไม่ต้องไปขวนขวายหาเพิ่ม ทำเท่าที่มี ขยันมากก็อาจจะได้มาก แต่ลำบากมากด้วย ขยันทำให้ลูกหรือจะสอนลูกให้ขยัน เลือกเอา ผัก ปลา คนเราจะกินต่อวันซักเท่าไหร่กัน หากนับปลาวันละ 2 ตัว เลี้ยง 500 ตัวก็อยู่ได้ตั้งเกือบปี นี่ไม่นับที่ปลาออกลูกออกหลานมาให้โดยไม่ต้องหาซื้อ ผักที่ปลูก กินวันละ 2 กำมือ อยากกินอะไรก็ปลูก ปลูกทุกอย่างที่อยากจะกิน มีงานอยู่แค่นี้

ข้าวสาร อาหารแห้งที่หาไม่ได้จำเป็นต้องซื้อ กะปิ น้ำปลา สบู่ ยาสีฟัน เสื้อผ้า รองเท้า เครื่องนุ่งห่มอื่น ทำไมต้องคิดมาก เมื่อก่อนทำงานมีเงินเดือนอดมื้อกินมื้อ เพื่อเอาเงินมาซื้อหาของพวกนี้ชีวิตยังอยู่ได้ ที่นี่ไม่จำเป็นต้องตามแฟชั่นใคร ใส่ให้ควายกับวัวดูกระนั้นหรือ บางคนจำเป็นต้องหาซื้อของพวกนี้เดือนละครั้ง ตกเดือนละหลายพันบาท แต่ถ้ามีเงินซักก้อน แบ่งใช้จ่ายด้วยการวางแผน หาเพิ่มอีกเล็กน้อย ใช้อย่างไรก็ไม่มีวันจน

จากปากคำของชาวบ้านท่านหนึ่ง

เกษตรมือใหม่

เกษตรมือใหม่

เริ่มต้นจากการที่อยากปลูกผักกินเอง ปลูกมาเรื่อยๆ จนเกิดเป็นไอเดียที่หลากหลายและอยากนำมาแชร์กันให้รู้ ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผักนะเออ