ความรู้เกี่ยวกับ เชื้อ อีโคไล ในพืช ผัก

ฉลาดกินผักให้ปลอดสารพิษ คู่มือการกินผักปลอดสารพิษ organic-veggie

อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ยืนยันแล้วว่า เชื้ออีโคไล ในผักต่างๆ โดยเฉพาะใน อโวคาโด ที่นำเข้าจากสเปนเป็นเชื้อชนิดไม่รุนแรงและไม่ก่อให้เกิดโรค โดยเมื่อวันที่ 12 มิ.ย.54 นพ.สถาพร วงษ์เจริญ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงการตรวจพบเชื้ออีโคไลในอโวคาโดที่นำเข้าจากประเทศสเปนจากคลังสินค้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยยืนยันว่าเชื้อที่ตรวจพบเป็นเชื้อชนิดไม่รุนแรงและไม่ก่อให้เกิดโรค ขณะที่ผลการตรวจสอบกะหล่ำปลีปมเบื้องต้นพบว่าเป็นอีโคไลแต่ยังไม่ทราบสายพันธุ์ ต้องรอผลการตรวจวิเคราะห์ที่แน่ชัดอีกประมาณ 3- 5 วัน

ส่วนพริกหยวก แครอท กะหล่ำหลี และผลไม้รวมที่นำเข้าจากประเทศอังกฤษ ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือ อย.ส่งมาให้ตรวจสอบคาดว่าจะทราบผลในเบื้องต้นในวันจันทร์นี้ หากพบว่ามีเชื้ออีโคไล ก็จะต้องนำไปตรวจวิเคราะห์หาสายพันธุ์ว่าเป็นอันตรายหรือไม่ต่อไป

แต่ผมว่า ถ้าจะให้ดี ให้อธิบดีรับประทานเองเลยซะดีกว่า จะได้รู้กันไปเลยว่าอันตรายหรือเปล่า อย่างดีก็แค่ท้องร่วงใช่ไหมคุณหมอ???

โดยสรุปคือ เชื้อแบคทีเรียอีโคไล ชนิดนี้ จะสามารถพบได้ทั่วไปในทางเดินอาหารของสัตว์เลือดอุ่นและคน ซึ่งมีหลายสายพันธุ์ที่ก่อให้เกิดโรคและเป็นสาเหตุของการเจ็บป่วย การปนเปื้อนในอาหารนั้นมักพบทั่วไปในอาหารดิบ หรือปนเปื้อนกับอาหารที่ปรุงสุกแล้วด้ายการใช้มือสัมผัส หรือติดไปกับภาชนะบรรจุ หรืออุปกรณ์ หรือน้ำที่ไม่สะอาด เมื่อรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อตัวนี้เข้าไป จะมีอาการท้องเสีย อุจจาระเหลว แต่ไม่มีมูกเลือด การพบเชื้อในอาหารแสดงว่าอาหารมีการปนเปื้อนอุจจาระ และมีการผลิต ปรุง หรือเก็บรักษาอย่างไม่ถูกสุขลักษณะ

Escherichia Coli อีโคไล การแพร่กระจายของ เชื้ออีโคไล

โดยหลังจากพบการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้ และมีการระบาดในประเทศอังกฤษ เรามาเรียนรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับ ข้อมูลของ แบคทีเรียอีโคไล ชนิดนี้ให้มากขึ้น เพื่อเป็นการป้องกันและพร้อมรับมือ หากมีความเสี่ยงที่จะได้รับเชื้อโรคชนิดนี้ แต่มีการตรวจพบว่ามีการปนเปื้อน E.coli O157 : H7 ในอาหารทะเลแช่แข็ง เช่น กุ้งดิบ กุ้งสุก ปลาหมึกดิบ และปลาหมึกสุก ตัวเลขรหัสของเชื้ออีโคไลชนิดใหม่นี้ คล้ายๆ ไข้หวัดไก่เลยแฮะ

E.coli O157 : H7 จัดอยู่ในกลุ่ม Enterohaemorrhagic Escherichia coli (EHEC) พบในสัตว์เคี้ยวเอื้อง เช่น วัว ควาย และผลิตภัณฑ์ของมัน เช่น เนื้อ นม และปนเปื้อนทั่วไปในสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีเส้นทางติดต่อจากอุจจาระไปสู่ปาก (fecal to oral) คืออุจจาระปนเปื้อนอาหารนั่นเอง บางครั้งพบการระบาดเกิดจากน้ำ

การป้องกัน อีโคไล ด้วยตนเอง

แม้ขณะนี้ยังไม่พบการแพร่เชื้ออีโคไลในประเทศไทย แต่โรคอุจจาระร่วงจากเชื้ออีโคไลในประเทศเยอรมนีได้แพร่ระบาดไปยังหลายประเทศในยุโรปอย่างรวดเร็ว มีผู้ป่วยและเสียชีวิตจำนวนมาก และในกรุงเทพเองนั้นผู้บริหารในหลายๆ ส่วนก็มีความกังวลและเป็นห่วงประชาชนจึงได้มีการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องเต็มที่ โดยจะลงพื้นที่ให้ความรู้แก่ประชาชนในการป้องกันตนเอง ไม่ให้เกิดความตื่นตระหนกตกใจ แต่รู้เท่าทันในการดูแล และป้องกันเชื้ออีโคไล เพราะสามารถทำได้ง่ายด้วยตนเอง

เนื่องจากเชื้อโรคอีโคไลจะติดต่อหรือเข้าสู่ร่างกายทางปากโดยการบริโภคอาหารที่มีการปนเปื้อน ดังนั้น หากบริโภคอาหารสุกที่ใช้ความร้อน 70 องศาเซลเซียสขึ้นไปในการปรุงประกอบอาหารก็สามารถทำลายเชื้ออีโคไลได้ ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการบริโภคอาหารปนเปื้อน เช่น นมที่ไม่ผ่านกระบวนการทำลายเชื้อ ผักดิบ รวมถึงอาหารดิบหรือปรุงไม่สุก อุ่นอาหารให้ร้อนก่อนรับประทาน ใช้ช้อนกลาง ล้างมือบ่อยๆ โดยเฉพาะก่อนการเตรียมอาหาร และหลังจากใช้ห้องส้วม หลังสัมผัสสัตว์

ทั้งนี้ ผัก ผลไม้ที่ซื้อจากตลาดหรือซุปเปอร์มาร์เก็ตควรนำมาล้างก่อนเพื่อลดสิ่งปนเปื้อนก่อนรับประทาน แม้ไม่สามารถล้างเชื้อออกได้หมด แต่สามารถลดจำนวนปริมาณเชื้อได้

สำหรับการล้างทำความสะอาดผักสดหรือผลไม้เพื่อป้องกันและลดสิ่งปนเปื้อนนั้นทำได้หลายวิธี อาทิ ลอกหรือปอกเปลือกชั้นนอกของผักสดหรือผลไม้ออกทิ้ง แกะเป็นกลีบหรือแกะใบออกจากต้นหรือตัดส่วนขอบรอบนอกแล้วแช่น้ำสะอาด นานประมาณ 10–15 นาที ล้างผักด้วยน้ำสะอาดหลายๆ ครั้งและคลี่ใบถู หรือล้างด้วยการเปิดน้ำไหลจากก๊อกแรงพอประมาณให้ไหลผ่านผักสด อย่างน้อย 2 นาที

Escherichia Coli อีโคไล การแพร่กระจายของ เชื้ออีโคไล

ถั่วงอก ต้นเหตุเชื้อ อีโคไล ชนิดรุนแรง O104

ในประเทศเยอรมนี ได้ข้อสรุปแล้วว่าถั่วงอก คือต้นเหตุของการแพร่ระบาดของเชื้อ อี.โคไล ชนิดรุนแรง โอ 104 ทำให้ในต่างประเทศ มีผู้เสียชีวิตกว่า 30 ราย และป่วยอีกกว่า 3,000 ราย โดยถั่วงอกเหล่านี้มาจากไร่ผักเกษตรอินทรีย์ ที่ตรวจพบในประเทศดังกล่าว ในส่วนของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปาง หลังได้รับสั่งการจากกระทรวงสาธารณสุข ให้ทำการเฝ้าระวังในพื้นที่ ขณะนี้ ได้เริ่มมีการตรวจคัดกรองประชาชนที่เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลศูนย์ลำปาง และโรงพยาบาลประจำอำเภออีก 12 แห่ง ในพื้นที่ ขณะนี้ยังไม่พบผู้ป่วยที่จะได้รับเชื้อแต่อย่างใด

กระนั้น ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปาง ยังคงเฝ้าระวังเชื้อ อี.โคไล โอ104 ต่อไป เนื่องจากประชาชน ชาวลำปางนิยมเดินทางไปต่างประเทศ ทั้งไปท่องเที่ยว และทำงาน โดยเฉพาะประเทศแถบยุโรป ที่มีการระบาดของเชื้อดังกล่าวอยู่ในขณะนี้ จึงจะต้องเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดต่อไป ล่าสุดเบื้องต้น พื้นที่ทั้ง 13 อำเภอ ประชาชนสามารถบริโภคอาหารได้ตามปกติ โดยเฉพาะถั่วงอก ไม่ต้องแตกตื่น และมีความกังวลต่อเชื้อดังกล่าว ซึ่งการระบาดนั้น ขณะนี้ได้เกิดขึ้นนอกประเทศ และประเทศไทยยังไม่พบผู้ป่วยจากเชื้อ อีโคไล O 104

เกษตรมือใหม่

เกษตรมือใหม่

เริ่มต้นจากการที่อยากปลูกผักกินเอง ปลูกมาเรื่อยๆ จนเกิดเป็นไอเดียที่หลากหลายและอยากนำมาแชร์กันให้รู้ ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผักนะเออ