ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ความหวังของชาวนาไทย

rice-berry ข้าวไรซ์เบอร์รี่

เชื่อแน่ว่าใครๆ ก็รู้จักข้าวสายพันธุ์ชนิดนี้ในปัจจุบัน เพราะเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงในวงการข้าวไทยมาอย่างต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปีให้หลังนี้เอง หลังจากที่มหาวิทยาลัยเกษรศาสตร์ได้จัดทำบันทึกข้อตกลงกับบริษัท ซิงตั๊ก กรุ๊ป จำกัด ในการผลิตข้าวไรซ์เบอร์รี่จำนวน 700 ตันและให้การสนับสนุนทุนรวมทั้งเรื่องภาชนะบรรจุภัณฑ์ แถมยังมีเกษตรกรไทยเองก็มีการนำข้าวชนิดนี้มาแปรรูปและสร้างรายได้สูงถึงไร่ละสองแสนบาท

ทำให้ดูเหมือนว่าข้าวชนิดนี้จะเป็นความหวังเดียวที่จะทำให้ชาวนาไทยลืมตาอ้าปากได้บ้าง เพราะหัวใจสำคัญที่ทำให้ ข้าวไรซ์เบอร์รี่ หรือ thai rice berry นี้เป็นความหวังของชาวนาไทยคือ การควบคุมคุณภาพข้าวไรซ์เบอร์รี่ โดยศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าว มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้นำโมเดล ธุรกิจเชิงสังคม (Social Enterprise) มาใช้ในการส่งเสริมเกษตรกร ซึ่งประกอบด้วย 4 องค์ประกอบที่สำคัญคือ

Riceberry ข้าวไรซ์เบอร์รี่

  1. การควบคุมปริมาณพันธุ์ข้าว ศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าวไม่มีนโยบายจำหน่ายพันธุ์ข้าว แต่จะสนับสนุนพันธุ์ข้าวให้แก่เกษตรกรที่ปลูกแบบไรซ์เบอร์รี่โมเดล ภายใต้โครงการผลิตข้าวโภชนาการสูงแบบอินทรีย์ครบวงจรเท่านั้น ทำให้สามารถควบคุมคุณภาพและปริมาณของข้าวที่ผลิตในแต่ละฤดูกาลได้ ที่สำคัญคือ มีการตรวจ DNA ของข้าวไรซ์เบอร์รี่ที่เกษตรกรปลูกในโครงการ
  2. การกำหนดรูปแบบของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ ศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าวจะกำหนดให้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการจะต้องเป็นกลุ่มเกษตรกรที่มีประสบการณ์ในการปลูกข้าวอินทรีย์และต้องมีใบรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ หรือถ้าไม่มีใบรับรองจะต้องขอรับมาตรฐานให้ได้ภายใน 3 ปี โดยกลุ่มเกษตรกรจะต้องมีพื้นที่ปลูกข้าวไรซ์เบอร์รี่รวมกันไม่น้อยกว่า 100 ไร่ (แนะนำ 200 ไร่ขึ้นไป) เพื่อให้การบริหารจัดการกลุ่มมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยเฉพาะการผลิตให้ได้ Economy of Scale และการควบคุมต้นทุนในการผลิต ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรมีกำไรมากขึ้นนั่นเอง
  3. การประกันราคาข้าวและรับรองคุณภาพข้าวไรซ์เบอร์รี่ ศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าวได้กำหนดราคารับซื้อข้าวไรซ์เบอร์รี่ภายใต้ โครงการผลิตข้าวโภชนาการสูงแบบอินทรีย์ครบวงจร ตั้งแต่ 25,000-32,500 บาท ต่อตัน ซึ่งเป็นแรงจูงใจให้เกษตรกรหันมาปลูกข้าวอย่างจริงจังและเอาใจใส่กับผลผลิตข้าวของตน โดยเฉพาะการที่ศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าวมีการตรวจ DNA ของข้าวก่อนรับซื้อด้วย ทำให้สามารถควบคุมคุณภาพข้าวไรซ์เบอร์รี่ได้เป็นอย่างดี
  4. การขับเคลื่อนด้วยโมเดลธุรกิจแบบครบวงจร ศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าวใช้ธุรกิจแบบครบวงจรตั้งแต่การเพาะพันธุ์ข้าวให้แก่เกษตรกรในโครงการ จนถึงการรับซื้อข้าวจากเกษตรกรในโครงการ และทำการจัดจำหน่ายเอง ทำให้สามารถควบคุมคุณภาพข้าวไรซ์เบอร์รี่ได้ทั้งระบบ

อะไรที่ทำให้ข้าวไรซ์เบอร์รี่มีคุณภาพมากและแตกต่างอย่างมีมูลค่า

กุญแจดอกที่หนึ่ง การปลูกข้าวให้เป็นธัญโอสถ เป็นกุญแจสำคัญในการวางตำแหน่งข้าวไรซ์เบอร์รี่ในตลาดพรีเมี่ยม โดยการปลูกในระบบเกษตรอินทรีย์ซึ่งช่วยให้ข้าวมีคุณภาพสูง อุดมไปด้วยธาตุอาหารของสารต้านอนุมูลอิสระ และ Metabolites ที่เสริมความแข็งแรงตามธรรมชาติ รวมทั้งการผลิตซึ่งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทำให้เกษตรกรที่จะปลูกข้าวไรซ์เบอร์รี่จะต้องเป็นคนที่มีความตั้งใจที่จะปลูกข้าวให้ได้คุณภาพจริงๆ

กุญแจดอกที่สอง การจัดตั้งโรงสีข้าวธัญโอสถ ในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งเป็นโรงงานต้นแบบที่เป็นศูนย์กลางการแปรรูปขนาดกลางที่เหมาะสมกับปริมาณการผลิตข้าวไรซ์เบอร์รี่ของเกษตรกรในโครงการ และสามารถบริหารจัดการและลดต้นทุนในการสีข้าวได้เป็นอย่างดี

rice

กุญแจดอกที่สาม การพัฒนาการตลาดเฉพาะ (Niche Market) โดยการนำคุณสมบัติพิเศษของข้าวไรซ์เบอร์รี่เรื่องสารต้านอนุมูลอิสระมาเปิดตลาดข้าวที่มีคุณค่าด้านโภชนาการบำบัด มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว และการวางเป้าหมายการเปิดตัวใน Mass Market ในตำแหน่งการเป็นข้าวถุงที่มีคุณภาพสูงสุดของไทยในปัจจุบัน

rice-berry ข้าวไรซ์เบอร์รี่

กุญแจดอกที่สี่ คือ การดำเนินธุรกิจในลักษณะ Social Enterprise การนำระบบการปลูกข้าวอินทรีย์มาใช้ควบคู่กับการประยุกต์เอา Social business ร่วมกับ Fair trade และ Contract farming มาขับเคลื่อนธุรกิจ ทำให้รูปแบบการดำเนินธุรกิจในลักษณะ Social enterprise ซึ่งเหมาะสมในการดูแลเกษตรกรในโครงการที่มีพื้นที่ปลูกข้าวไรซ์เบอร์รี่ประมาณ 3,000-5,000ไร่ และพื้นที่นอกโครงการจำนวนมาก โดยพื้นที่ปลูกว่า 70% อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

จะเห็นได้ว่า ข้าวไรซ์เบอร์รี่ หรือ thai rice berry มีการวางแผนการตลาดที่ครบวงจรโดยเฉพาะการบริหารเรื่องปริมาณผลผลิต ที่จะออกสู่ตลาดในแต่ละฤดูกาล รวมทั้งการกำหนดราคารับซื้อที่แน่นอนและเพิ่มขึ้นในแต่ละปีทำให้เกษตรกรสามารถวางแผน เรื่องต้นทุน รวมทั้งการบริหารจัดการดินเพื่อให้มีผลผลิตต่อไร่สูงขึ้น ภายใต้ระบบการปลูกข้าวอินทรีย์ ซึ่งช่วยสร้างแรงจูงใจให้แก่เกษตรกรเป็นอย่างดี

ที่มาจากบทความในหนังสือข้าวไทย ฉบับที่ 43 หน้า 65-66
ภาพบางส่วน: ipmp.org ฟาร์มนอกกะลา

เกษตรมือใหม่

เกษตรมือใหม่

เริ่มต้นจากการที่อยากปลูกผักกินเอง ปลูกมาเรื่อยๆ จนเกิดเป็นไอเดียที่หลากหลายและอยากนำมาแชร์กันให้รู้ ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผักนะเออ