ข้าวทนน้ำเค็ม เกษตรก้าวไกล

สายพันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ 105 ทนดินเค็ม

จริงๆ ไม่ใช่อะไรใหม่ และอาจไม่ใช่ประเทศไทยที่เป็นประเทศแรกในการริเริ่ม พัฒนาพันธุ์ข้าวให้สามารถปลูกได้ในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่น้ำกร่อย น้ำเค็ม และแหล่งเสื่อมโทรมที่มีปัญหาดินเค็ม ซึ่งนักวิทยาศาสตร์จากสถาบันวิจัยข้าวนานาชาติ หรือ IRRI ที่กรุงมะนิลา สามารถปรับปรุงสายพันธุ์ข้าวพันธุ์ใหม่ โดยการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างข้าวป่าที่พบได้ในน้ำกร่อย กับข้าวสายพันธุ์หนึ่งที่ปลูกขึ้นในสถาบันวิจัยเอง เพื่อให้ได้ ข้าวทนน้ำเค็ม ซึ่งเป็นข้าวสายพันธุ์พิเศษที่สามารถขับเกลือที่ดูดจากดินเค็มๆ ออกสู่อากาศทางใบได้ และสามารถเติบโตในน้ำกร่อยได้ ทั้งนี้รายงานไม่ได้แจ้งว่า สามารถพัฒนาได้สำเร็จแล้วแค่ไหน แต่ที่รู้ๆ ก็มีการเริ่มทดลองปลูกในพื้นที่น้ำกร่อยในมะนิลากันแล้ว แต่ช้ากว่าไทยเราตั้งหลายปี

ในฟิลิปปินส์เอง นักวิจัยก็มีการแจกจ่ายให้เกษตรกรได้นำ ข้าวทนน้ำเค็ม นี้ไปทดลองเพาะปลูกกันแล้ว โดยหวังว่าอีก 4-5 ปีข้างหน้าจะสามารถช่วยให้ชาวนาสามารถปลูกข้าวในบริเวณพื้นที่ชายฝั่งทะเลที่เคยเป็นพื้นที่ไร้ประโยชน์ได้ เพื่อให้ผลผลิตอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันฟิลิปปินส์ เป็นประเทศผู้ผลิตข้าวรายใหญ่อันดับ 7 ของโลก โดยเกษตรกรส่วนใหญ่ปลูกข้าวบนพื้นที่ราบสูงซึ่งต้องปลูกแบบขั้นบันได แต่ฟิลิปปินส์ก็ยังต้องนำเข้าข้าวจากต่างประเทศเพื่อเลี้ยงดูประชากรซึ่งมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น พันธุ์ข้าวทนน้ำเค็ม จึงถือเป็นการพัฒนาเพื่อรองรับการบริโภคของประชากร ซึ่งจะช่วยลดการนำเข้าข้าวได้

คิรอด เจนา หัวหน้าคณะนักวิทยาศาสตร์ บอกว่าข้าวพันธุ์นี้จะทำให้ชาวนา สามารถใช้ประโยชน์ในนาข้าวตามพื้นที่ชายฝั่ง ที่ปนเปื้อนไปด้วยน้ำเค็มได้ โดยที่ผ่านมาพื้นที่เพาะปลูกเหล่านี้มักถูกทิ้งร้างและไร้ประโยชน์ เนื่องจากการกินพื้นที่เข้ามาของน้ำทะเลทำให้ดินบริเวณนี้เสื่อมสภาพ ไม่สามารถใช้การใดๆ ได้ การปฏิรูปพื้นที่น้ำเค็มท่วมถึง จึงไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

ข่าวเรื่องข้าวทนน้ำเค็มนี้มาตั้งแต่เมื่อ 17 เมษายน 2556 บางแหล่งบอกว่าพัฒนาสำเร็จแล้ว และมีการแจกจ่ายให้เกษตรกรไปทดลองเพาะปลูกแล้ว แหล่งข่าวบางแห่งก็ยังไม่ได้บอกว่าสำเร็จดีและให้ผลผลิตเป็นอย่างไร ด้านประเทศไทยเองก็มีการวิจัย ข้าวทนน้ำเค็ม และ ข้าวที่ปลูกในดินเค็ม ได้เหมือนฟิลิปปินส์

ข้าวทนน้ำเค็ม เกษตรก้าวไกล

หอมมะลิ 81 พันธุ์ข้าวเจ้าหอมทนเค็ม

ลักษณะประจำพันธุ์ เป็นข้าวที่เกิดจากการผสมกลับของข้าวขาวดอกมะลิ 105 กับข้าวเจ้าทนเค็มจากสถาบันวิจัยข้าวนานาชาติ (IRRI) IR66946-3R-230-1-1 (FL530) หอมมะลิ 81 ถูกคัดเลือกผ่านเทคโนโลยีชีวภาพโดยใช้ดีเอ็นเอเครื่องหมายที่วางตัวใกล้ชิดกับลักษณะความทนทานต่อสภาวะเค็มในระยะกล้า ดังนั้นจึงเหมาะกับพื้นที่ ที่มีระดับความเค็มประมาณ 0.4 – 0.8 เปอร์เซ็นต์เกลือ ซึ่งเป็นระดับความเค็มที่พบมากในพื้นที่มีปัญหาเรื่องดินเค็ม และเป็นพื้นที่ที่เกษตรกรมักนิยมปลูกพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 แต่มักประสบปัญหา เนื่องจากขาวดอกมะลิ 105 ไม่สามารถทนทานต่อความเค็มที่ระดับนี้

ดังนั้น หอมมะลิ 81 จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของเกษตรกร เนื่องจากช่วยแก้ปัญหาความเสียหายที่เกิดจากความเค็มในระยะกล้า ให้ผลผลิตสูงกว่าเนื่องจากต้นเตี้ยกว่า (ประมาณ 90-100 ซม.) จึงลดความเสียหายที่เกิดจากการหักล้ม ในสภาวะปกติ หอมมะลิ 81 สามารถให้ผลผลิตประมาณ 500 -600 กก./ไร่ (ในขณะที่ขาวดอกมะลิ 105 ให้ผลผลิต 400 กก./ไร่) อีกทั้งหอมมะลิ 81 ยังถูกปรับปรุงให้มีเมล็ดเรียวยาว (เมล็ดข้าวกล้องยาว 7.5 มม.) และลักษณะคุณภาพการหุงต้มหรือรสชาติหอมนุ่มคล้ายพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 ข้อควรระวังคือไม่ต้านทานแมลงและโรคไหม้

สายพันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ 105 ทนดินเค็ม

สายพันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ 105 ทนดินเค็ม

ภายใต้โครงการความร่วมมือนักวิจัยได้พัฒนาสายพันธุ์ข้าวให้มีลักษณะทนต่อสภาพดินเค็ม (Salt tolerance) โดยได้นำข้าวพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 ผสมพันธุ์กับข้าวสายพันธุ์ FL530 ซึ่งมียีนทนเค็ม Salt Tอยู่บนโครโมโซมที่ 1 ทำการคัดเลือกต้นที่มีลักษณะทางการเกษตรที่ดีจากประชากรข้าวที่ได้จากการผสมพันธุ์ร่วมกับการใช้โมเลกุลเครื่องหมายดีเอ็นเอช่วยในการคัดเลือก (Marker assisted selection- MAS) จนได้สายพันธุ์ข้าวเจ้าหลายสายพันธุ์ที่ปรับตัวได้ดีในสภาพดินเค็ม และทำการประเมินผลผลิตในศูนย์วิจัยข้าวและพื้นที่เกษตรกร

สามารถได้สายพันธุ์ข้าว UBN02123-50(R)-B-2 ซึ่งมีความสามารถในการทนต่อสภาพความเค็มที่ดีกว่าข้าวขาวดอกมะลิ 105 และมีลักษณะต้นและเมล็ดคล้ายขาวดอกมะลิ 105 มีคุณภาพหุงต้มที่ดี ข้าวสุกนุ่มเหนียวและมีกลิ่นหอมคล้ายกับขาวดอกมะลิ 105

ที่มา
– ข่าวข้าวทนน้ำเค็มจากหนังสือพิมพ์
– http://rdi.ku.ac.th หอมมะลิ 81 พันธุ์ข้าวเจ้าหอมทนเค็ม โดย รศ.ดร. อภิชาติ วรรณวิจิตร และคณะ
– ข้าวขาวดอกมะลิ 105 ทนดินเค็ม จากโครงการวิจัยและพัฒนาพันธุ์ข้าวนาน้ำฝนโดยใช้เทคโนโลยีชีวภาพ ภายใต้ความร่วมมือระหว่างสำนักวิจัยและพัฒนาข้าว กับศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ

เกษตรมือใหม่

เกษตรมือใหม่

เริ่มต้นจากการที่อยากปลูกผักกินเอง ปลูกมาเรื่อยๆ จนเกิดเป็นไอเดียที่หลากหลายและอยากนำมาแชร์กันให้รู้ ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผักนะเออ