ข้อมูลการเพาะเห็ด ตับเต่า ด้วยธรรมชาติ

ข้อมูลการเพาะเห็ด ตับเต่า แบบอาศัย ธรรมชาติ

ปลายๆ หน้าฝน หรือช่วงฝนทิ้งช่วงร้อนๆ ทีไรผมก็ได้กินเห็ดตับเต่าทุกที เพราะมันชอบขึ้นอยู่ใต้โคนขนุน ใกล้ๆ กับกอข่าที่บ้าน แทบไม่ต้องไปเดินหาที่ไหน ด้วยความแปลกใจว่าทำไมอยู่ดีๆ ถึงมีเห็ดจำพวกนี้ขึ้นในบริเวณนี้ เลยทำการค้นคว้าศึกษาข้อมูลที่เกียวข้องทั้งใน internet และในหนังสือด้วยความอยากรู้ เลยได้คำตอบว่า

เห็ดตับเต่า คือเห็ดเอ๊กโตมัยคอร์ไรซ่า ที่มีส่วนช่วยให้ต้นไม้เจริญเติบโตและทนแล้งได้ดี เอ แต่มันจะเกี่ยวกับที่อยากรู้หรือเปล่ามาดูกัน ค้นเข้าไปยังเว็บชมรมเกษตรปลอดสารพิษก็ได้ความว่า เห็ดตับเต่า ถือได้ว่าเป็นมัยคอร์ไรซาชนิดหนึ่ง มีประโยชน์ช่วยทำหน้าที่ให้พืชได้รับสารอาหารโดยตรงจากกระบวนการเมตะโบไลท์ (สารจากกิจกรรมดำรงชีพของเห็ดรา) และยังช่วยสร้างเส้นใยห่อหุ้มรากทำให้สามารถดูดซับความชุ่มชื้นจากดินและรากพืชจะสามารถดูดความชื้นนั้นต่อไปอีกทีหนึ่ง ทำให้พืชสามารถทนต่อสภาวะที่แห้งแล้งได้เป็นดี น้ำย่อยของเห็ดตับเต่าช่วยให้แร่ธาตุอาหารในดินแปรสภาพมาอยู่ในรูปที่เป็นประโยชน์ต่อพืช อีกทั้งยังทำหน้าที่เหมือนราเจ้าถิ่นทำให้เชื้อราโรคพืชต่างๆ เข้าทำลายพืชได้ยากขึ้น จึงทำให้ต้นไม้ที่มีเห็ดตับเต่าหรือมัยคอร์ไรซาอาศัยอยู่มีความแข็งแรงต้านทานต่อเชื้อราโรคพืชได้มากขึ้น เอ่อ แล้วมันเกี่ยวกับที่มันขึ้นในบริเวณนี้ยังไงหว่า ลองอ่านต่อมาเรื่อยๆ

ข้อมูลการเพาะเห็ด ตับเต่า แบบอาศัย ธรรมชาติ

เห็ดตับเต่าสามารถขึ้นได้กับไม้หลากหลายชนิดอย่างเช่น มะม่วง, ชมพูพันธุ์ทิพย์ (ตาเบบูย่า), มะกอกน้ำ, โสน, หว้า, ยางนา, เหียง, ตะแบก, มะค่า, ขนุน ฯลฯ ทำให้เราสามารถที่จะได้ป่าเพิ่มขึ้นมาอีกจากผลพลอยได้ที่จะผลิตเห็ดตับเต่าหรือเห็ดตระกูลเอ๊กโตมัยคอร์ไรซา จึงนับเป็นสิ่งที่มีประโยชน์อย่างมากต่อโลกและเกษตรกรที่ต้องการลดต้นทุนจากใช้ปุ๋ย ฮอร์โมนและยาฆ่าแมลง เพราะเมื่อเรานำสปอร์ของเชื้อเห็ดตับเต่าใส่ไว้ที่โคนต้นพืชจะช่วยทำให้พืชเจริญเติบโตและมีความแข็งแรงปลอดภัยจากโรคและแมลงมากกว่าพืชที่ไม่มีเห็ดมัยคอร์ไรซาอาศัยอยู่

เห็ดตับเต่าสามารถเพาะนอกฤดูฝนได้ โดยการเพาะเลี้ยงแบบเลียนแบบธรรมชาติก็เพื่อให้เห็ดสามารถเจริญเติบโตนอกฤดูกาลได้ เพราะเป็นเห็ดที่ขึ้นอยู่กับต้นไม้ร่วมกับรากพืชหลายชนิด เห็ดจะได้ประโยชน์จากรากพืช ได้ธาตุอาหาร และรากพืชจะได้ความชุมชื่นจากเห็ด ขึ้นกับต้นไม้ได้หลายชนิด เห็ดชนิดนี้เป็นพืชที่เกิดขึ้นตามฤดูจึงหารับประทานยาก และมีราคาแพง

เราสามารถช่วยทำให้ต้นไม้ของเรามีเห็ดตับเต่าอาศัยอยู่ที่รากได้โดยง่าย เพียงแต่หาสปอร์จากดอกเห็ดตับเต่าที่ค่อนข้างแก่ อาจจะให้เด็กไปหาตามหมุ่บ้านหรือจะไปหาซื้อตามตลาดเช้าๆ ในท้องถิ่นของตัวเองก็ได้ เมื่อได้มาแล้วนำมาบี้ ขยำ ละลายในน้ำใส่บัวราดรดที่โคนต้น เท่านี้ก็เป็นการเพิ่มสปอร์เข้าไปที่รากพืชแบบง่าย หรือถ้ายังไม่สะดวกก็สามารถหาซื้อเชื้อเห็ดตับเต่าที่จำหน่ายในรูปของหัวเชื้อเก็บไว้ในภาชนะขวดแบนก็ได้ราคาขวดละประมาณ 50 บาท นำหัวเชื้อไปกลบฝังไว้ใกล้ๆ กับรากพืชที่โคนรอบทรงพุ่มอาจจะใช้วิธีเรียกรากให้เพิ่มจำนวนโดยการใส่ปุ๋ยหมักปุ๋ยคอก รำละเอียดและราดไคโตซาน MT เพิ่มเข้าไปจะช่วยให้รากของต้นไม้เพิ่มขึ้นมาและสัมผัสกับเชื้อเห็ดตับเต่าได้ง่าย อึ่ม คุณมนตรี บุญจรัส จาก ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ เค้าว่ามาอย่างนี้

ซึ่งสรุปว่าเห็ดที่ขึ้นที่โคนขนุนมันคงได้สปอร์มาเอง หรือสปอร์มันคงปลิวมาแล้วหล่นที่นั่นล่ะมั้ง เลยต้องไปหาข้อมูลเพิ่มเติมในเรื่องการเพาะเห็ดตับเต่านี้

การเพาะเห็ดตับเต่า แบบธรรมชาติ เพราะดูเหมือนว่าจะเหมาะกับวิธีการได้เห็ดนี่มา อันนี้ได้มาจากเว็บบอร์ดแห่งหนึ่งเค้าบอกว่ามีวิธีการง่ายๆ คือ หาต้นไม้ที่เห็ดตับเต่าหรือเห็ดห้าสามารถไปอาศัยเจริญเติบโตอยู่ที่รากและสร้างดอกเห็ดได้ ต้นไม้เหล่านี้มีอยู่หลายชนิดเช่น หว้า ชมพู่ ลำดวน แค ทองหลาง โสน รำเพย ยี่โถ ชบา ชมพูพันธุ์ทิพย์ มะไฟ มะม่วง ขนุน มะกอกบ้าน มะกอกน้ำ น้อยหน่า สะแกนา ส้มโอ ไทร ยางนา และพันธุ์ไม้ตระกูลยาง ลำไย ลิ้นจี่ มะม่วงหิมพานต์ ยางพารา ฯลฯ หลังจากนั้นใส่เชื้อเห็ดลงไปในส่วนของรากต้นไม้เหล่านั้น ทำได้หลายวิธีตามสะดวกและตามฤดูกาล ดังนี้

  • รอให้สปอร์เห็ดมากับลม น้ำ หรือสัตว์กินเห็ดมาถ่ายใส่ไว้ให้
  • ขูดเอาผิวดินที่เคยมีเห็ดขึ้น และเห็ดเก่าปล่อยสปอร์ไว้ เอาดินนี้มาใส่ตรงโคนต้นไม้ข้างต้น
  • เอาเห็ดแก่จนมีสปอร์มาล้างน้ำ แล้วใช้น้ำล้างดอกเห็ดมาราดตรงโคนต้นไม้ข้างต้น
  • เอาดอกเห็ดแก่หรืออ่อนก็ได้ใส่เครื่องปั่นผลไม้ ปั่นจนละเอียดแบบน้ำปั่นผสมน้ำรดโคนหรือต้นไม้
  • เอาเชื้อบนข้าวฟ่างมาใส่บนรากที่คุ้ยดินออกแล้วกลบดินตามเดิม

การเข้าอยู่อาศัยของใยเห็ด จะเจริญดีมากที่รากอ่อน ปลายราก แต่เราใส่เชื้อที่โคนราก เชื้ออาศัยโคนราก แล้วค่อยๆ ลามไปทั่วปลายราก เชื้อเห็ดจะใช้เวลาพัฒนา 1-3 ปี ต้นไม้ผ่านแล้งพอได้ความชื้นจะแตกใบอ่อน รากอ่อน เส้นใยเห็ดก็รวมตัวเกิดเป็นดอกเห็ด หลังจากนั้นตราบใดที่ต้นไม้ยังไม่ตายก็จะเกิดเห็ดได้ทุกปี ต้นยางนาอายุยืนมาก จึงสามารถเก็บเห็ดได้ชั่วลูกชั่วหลาน

ข้อมูลการเพาะเห็ด ตับเต่า ด้วยธรรมชาติ

เพาะเห็ดตับเต่า กรมวิชาการเกษตร นางสาวนันทินี ศรีจุมปา นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษกรมวิชาการเกษตร ประสบความสำเร็จในการบังคับให้เห็ดตับเต่าออกผลผลิตและจำหน่ายเป็นการค้าได้ โดยเก็บดอกเห็ดจากธรรมชาติมาแยกเชื้อบริสุทธิ์ แล้วนำไปขยายบนอาหารเลี้ยงเชื้อ ซึ่งใช้เมล็ดข้าวฟ่างที่บรรจุอยู่ในขวดแก้ว จนกระทั่งเชื้อเห็ดเจริญเติบโตเต็มอาหารเลี้ยงเชื้อ เพียงเท่านี้เกษตรกรก็สามารถนำไปปลูกขยายต่อได้ ซึ่งวิธีขยายพันธุ์ทำได้ง่ายๆ เพียงนำเชื้อเห็ดตับเต่า 1 ขวด ไปผสมน้ำเปล่า 2 ลิตร แล้วใช้มือขยี้เมล็ดข้าวฟ่าง เชื้อเห็ดก็หลุดลงในน้ำ ซึ่งเป็นการแยกเชื้อเห็ดออกจากเมล็ดข้าวฟ่าง จากนั้นนำเชื้อเห็ดไปปลูกลงดินใต้ต้นไม้ผล เช่น ต้นขนุน ต้นมะเกี๋ยง ต้นกระท้อน และต้นมะม่วง ซึ่งนักวิชาการเกษตรได้ศึกษาแล้วว่า เป็นพืชอาหารของเห็ดตับเต่า

ส่วนการปลูกเห็ดตับเต่า ก็ขุดหน้าดินบริเวณรากฝอยของต้นไม้ผลดังกล่าว แล้วราดเชื้อเห็ดให้ทั่วและกลบดิน โดยไม่ต้องดูแลใดๆ ประมาณ 3 ปี เห็ดตับเต่าก็จะให้ผลผลิตเองในช่วงฤดูฝนติดต่อกันทุกปี การเพาะเห็ดตับเต่าด้วยวิธีดังกล่าว เกษตรกรสามารถทำเป็นการค้าได้โดยมีราคาจำหน่ายกิโลกรัมละ 80 – 150 บาท เพื่อลดการเข้าไปเก็บเห็ดตับเต่าในป่าธรรมชาติ สนใจข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ นันทินี ศรีจุมปา 081-952-1650

สรุปแล้วคือสามารถเพาะเห็ดตับเต่าได้เกือบทุกชนิดของไม้ ที่สำคัญต้องเข้าใจหลักการพื้นฐานของการพึ่งพาและการอยู่รอดของเห็ดและต้นไม้ คือเชื้อเห็ดจะอาศัยพลังงาน ฮอร์โมนและเอ็นไซม์สดๆ จากรากพืช ขณะที่พืชก็จะอาศัยเชื้อเห็ดช่วยย่อยแร่ธาตุอาหารบางอย่างที่ต้นไม้ไม่สามารถย่อยได้ เช่น ธาตุฟอสฟอรัส ให้อยู่ในรูปที่พืชเอาไปใช้ได้ และยังเป็นเกราะกำบังไม่ให้รากพืชได้รับอันตรายจากศัตรูและโรคพืชหลายๆ ชนิดอีกด้วย ช่วยเพื่มการดูดซับความชื้นให้แก่พืช ทำให้พืชทนสภาพแห้งแล้งได้เป็นอย่างดี สิ่งมีชีวิตทั้งสองที่อาศัยอยู่กันแบบพึ่งพาอาศัยกันเช่นนี้ จะส่งผลดีต่อกันและกัน ต้นไม้ใดที่มีเชื้อเห็ดเข้าไปอาศัยที่ราก ตัวอย่างเช่น การปลูกเห็ดตับเต่าในสวนยูคา ให้ผลผลิตดี จากการทดลองพบว่า จะทำให้ต้นไม้โตเร็ว และผลผลิต คือ น้ำหนักของเนื้อไม้จะมากขึ้นกว่าต้นที่ไม่มีเชื้อเห็ดประมาณ 20.6% ส่วนไม้อย่างอื่นอาจมีเปอร์เซ็นสูงกว่านี้

ที่ยุโรปและจีน เขาต้องเอาเชื้อเห็ดตับเต่าใส่เข้าไปยังรากของกล้าไม้สนหรือไม้โอ็ต แล้วสังเกตว่ามีต้นไหนโตเร็วกว่าปกติ นั่นแสดงว่า มันมีเชื้อเห็ดตับเต่าเกาะที่รากแล้ว เขาจึงย้ายไปลงดินปลูก ต้นไม้ก็จะโตเร็ว และมีดอกเห็ดเกิดขึ้นด้วย แล้วหากถามว่าอายุของต้นไม้เท่าไหร่ถึงจะดีต่อการใช้เห็ดตับเต่า สรุปว่าคือ ระยะที่เป็นกล้าพันธุ์ เพราะเป็นระยะรากกำลังเจริญเติบโต เชื้อเห็ดจะเข้าไปเกาะติดได้ง่าย โดยใช้เชื้อเห็ดน้อยกว่า

ข้อมูลการเพาะเห็ด ตับเต่า ด้วยธรรมชาติ

จากการทดลองเพาะเห็ดตับเต่านอกฤดูฝน ได้ผลการทดลองคือ

  • เชื้อเห็ดตับเต่าทุก isolate สามารถเจริญได้บนอาหารสังเคราะห์ แต่ละ isolate มีอัตราการเจริญเติบโตทางเส้นใยที่แตกต่างกัน แต่ทุก isolate มีการเจริญบนอาหาร MMN ได้ดีกว่าอาหาร PDA ดังนั้นจึงควรใช้ MMN เป็นอาหารเลี้ยงเชื้อเห็ดตับเต่า
  • เชื้อเห็ดตับเต่ามีการอยู่ร่วมกัน (colonization) กับรากมะเกี๋ยงป่าได้ดี เชื้อเห็ดบาง isolate สามารถเจริญเป็นดอกเห็ดได้ในหลอดทดลอง และบาง isolate พัฒนาเป็นดอกเห็ดขนาดเล็กบนอาหาร PDA หลังจากการเลี้ยงเชื้อที่อุณหภูมิห้องเป็นเวลา 1 เดือน
  • การปลูกเชื้อเห็ดตับเต่าบนกล้าพืช อาศัยทำได้โดยการล้างเส้นใยออกจากหัวเชื้อเมล็ดข้าวฟ่าง (หัวเชื้อ 1 ขวดต่อน้ำ 2 ลิตร) ใช้จอบขุดบริเวณรอบชายพุ่มจนพบรากฝอยของพืชอาศัย แล้วนำเชื้อไปราดบริเวณชายพุ่มก่อนกลบด้วยดิน
  • สามารถกระตุ้นให้เกิดดอกเห็ดตับเต่านอกฤดูในพืช อาศัยที่เคยพบดอกเห็ดตับเต่าขึ้นตามธรรมชาติได้ โดยการให้น้ำด้วยระบบสปริงเกลอร์เลียนแบบการตกของฝน จะพบดอกเห็ดตับเต่าขึ้นบริเวณใต้ทรงพุ่มของพืชอาศัยหลังจากให้น้ำ 2-3 สัปดาห์

มทร.สุวรรณภูมิ ช่วยชาวบ้าน เพาะเห็ดตับเต่านอกฤดูฝน

คณะเทคโนโลยีการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ แนะนำการเพาะเห็ดตับเต่านอกฤดูฝน ช่วยสร้างรายได้ให้ชาวบ้าน นำร่องที่ ต.สามเรือน จ.พระนครศรีอยุธยา เหตุราคาดีกิโลกรัมละ 150 บาท โดยรศ.ดร.รวีวรรณ เดื่อมขันมณี หัวหน้าโครงการวิจัย การพัฒนาการเพาะไมคอร์ไรซ่าในสวนโสน คณะเทคโนโลยีการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ร่วมกับชาวบ้าน­ในเขตชุมชน ต.สามเรือน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา พบว่า มีเห็ดตับเต่าดำขึ้นอยู่กับต้นโสนที่ปลูกไว้และได้นำไปรับประทานพบว่ารสชาติดี จึงเกิดแรงบันดาลใจในการเพาะพันธุ์เห็ด เพื่อพัฒนาไปสู่เชิงพาณิชย์ในอนาคต โดยเริ่มต้นจากการสังเกตว่า เห็ดชอบสภาพแวดล้อมอย่างไร สามารถนำมาขยายพันธุ์ในเชิงพาณิชย์ได้ไหม และทดลองเพาะพันธุ์ในอาหารวุ้น พีดีเอ เลี้ยงเชื้อในอาหารบริสุทธิ์ เลี้ยงบนข้าวฟ่าง เพาะในหัวเชื้อ และนำไปเปิดดอก เห็ดนี้ไม่สามารถนำมาเลี้ยงโดดๆ ได้

รศ.ดร.รวีวรรณ ยังกล่าวอีกว่า นอกจากนี้นักวิจัยยังได้มีการต่อยอดและส่งเสริมให้ชาวบ้านเพาะเห็ดตับเต่าดำเพื่อสร้างรายได้ให้แก่ชาวบ้านในชุมชนและเป็นที่แพร่หลายในวงกว้าง โดยการแนะนำวิธีการปลูก การบริโภคเนื่องจากคนในเขตภาคกลางยังไม่รู้วิธีการบริโภคหรือบางคนยังไม่เคยรับประทาน ซึ่งในอนาคตมหาวิทยาลัยจะแนะนำเรื่องการบริโภค การทำอาหารให้มากขึ้น โดยจะดูในแง่ของคุณค่าทางอาหารและแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่เห็ดตับเต่าดำ อันจะนำมาซึ่งรายได้ของคนในชุมชนต่อไป ซึ่งในอนาคตชุมชนสามเรือนจะพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว ประชาชนที่สนใจสอบถามได้ที่ คณะเทคโนโลยีการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร โทรศัพท์ 035-709096, 035-709103 ต่อ 6156

เกษตรกรหรือผู้สนใจที่เชียงราย สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์วิจัยพืชสวนเชียงราย โทรศัพท์ 053-170100 หรือ 053-170120 ได้ในวัน เวลา ราชการ

ที่มา thaigreenagro.com / kasetporpeang.com / ch7.com / rmutsb.ac.th / it.doa.go.th / kasetorganic.com

เกษตรมือใหม่

เกษตรมือใหม่

เริ่มต้นจากการที่อยากปลูกผักกินเอง ปลูกมาเรื่อยๆ จนเกิดเป็นไอเดียที่หลากหลายและอยากนำมาแชร์กันให้รู้ ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผักนะเออ