วิธีการเก็บรักษา เมล็ดพันธุ์พืช ให้ยาวนานและมีประสิทธิภาพ

วิธีการเก็บและรักษาเมล็ดพันธุ์พืชให้ยาวนานและมีประสิทธิภาพ

ช่วงนี้น้ำท่วมหนัก แปลงผักและพื้นที่เกษตรในภาคต่างๆ นั้นล้วนประสบภัยพิบัติกันถ้วนหน้าไม่เว้นแม่แต่ในเมือง หลายๆ ท่านที่เป็นสมาชิกเข้าชมบ่อยๆ ในต่างจังหวัดก็น่าเห็นใจอยู่ว่าบางครั้งก็ต้องเตรียมรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น เห็นข่าวจากหลายๆ สำนักบอกถึงว่าน้ำเดิมก็ยังไม่ลดหาย น้ำใหม่ก็กำลังจะเข้ามา อีกทั้งพายุที่รอจ่อคิวลงอยู่อีก 2 ลูก นับเป็นปัญหาอย่างมากในหลายส่วนด้วยกันไม่เพียงแต่ทางด้านการเกษตรเท่านั้น

ปัญหาเหล่านี้จึงทำให้พื้นที่เกษตรต่างๆ ที่อาจกำลังจะได้เก็บเกี่ยวก็ต้องเสียหาย ต้องมาฟื้นฟูกันเป็นการใหญ่ ที่สำคัญสิ่งที่ลงทุนไปนั้นจำเป็นต้องเริ่มทำกันใหม่หมด เป็นต้นว่าการบำรุงดูแลดิน เตรียมพร้อมพื้นที่เพาะปลูก อุปกรณ์ต่างๆ สำคัญที่สุดคือ เมล็ดพันธุ์ หากว่าจะต้องไปซื้อหากันตามร้านทั่วไปที่มีวางขายก็ดีไป แต่หากร้านค้าต่างๆ ถูกน้ำท่วมด้วย ก็ต้องขยายวงพื้นที่สรรหาพันธุ์ดีกันอีกเป็นนานสองนาน แต่เมล็ดพันธุ์บางอย่าง เกษตรกรก็อาจเก็บเอาไว้เองได้ หากถึงคราวต้องใช้ก็แค่ไปหยิบจับนำมาใช้ได้สะดวก วันนี้เลยขอเสนอแนวทางและวิธีการเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์พืช เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เผื่อจะเป็นประโยชน์ ไม่มากก็น้อย

การเก็บและการดูแลรักษาเมล็ดพันธุ์พืช

ก่อนอื่นต้องเรียนรู้วิธีต่างๆ ก่อนว่ามีแบบใดบ้าง เผื่อว่าเกษตรกรอาจจะนำไปดัดแปลงพัฒนาเพื่อให้เข้ากับความต้องการใช้งานจริงๆ ซึ่งวิธีการเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์เป็นการคงสภาพความมีชีวิตของเมล็ดพันธุ์ให้อยู่ได้นานที่สุด มีอยู่หลายวิธี เช่น

  • แบบเปิด (open storage) เป็นวิธีการที่ไม่สามารถควบคุมความชื้น และอุณหภูมิของบริเวณที่เก็บเมล็ดพันธุ์ได้ ความมีชีวิตของเมล็ดจึงผันแปรไป ตามสภาพอากาศ ถ้าเมล็ดอยู่ในสภาพที่มีความชื้นสูง จะทำให้ความชื้นในเมล็ด สูงขึ้นด้วย เรียกคุณสมบัตินี้ว่า hygroscopic
  • แบบควบคุมความชื้นในเมล็ดแล้วเก็บในภาชนะที่ปิดสนิท เช่น ซองพลาสติก กระป๋อง ถุงกระดาษฉาบอะลูมิเนียม เพื่อป้องกัน ไม่ให้ความชื้นในอากาศเข้าไปในเมล็ดได้
  • แบบปรับสภาพให้เย็นและแห้ง เหมาะกับการเก็บรักษา เมล็ดพืชหลายชนิด เช่น ผัก ไม้ดอก ธัญพืช สภาพที่มีประสิทธิภาพ สูงสุด ควรรักษาระดับความชื้นในเมล็ด 3-8 เปอร์เซ็นต์และเก็บ ในอุณหภูมิ 1-5 องศาเซลเซียส
  • แบบเย็นและชื้น (cool moist storage) เหมาะกับการเก็บรักษา เมล็ดพืชที่มีอายุสั้น (recalcitrant) หลายชนิดที่ไม่ชอบสภาพแห้ง เพราะจะเสียความงอก
  • แบบอุ่นและชื้น (warm moist storage) เหมาะกับการเก็บรักษา เมล็ดพืชเมืองร้อนหลายชนิด เช่น ลำไย เงาะ มังคุด มะม่วง ทุเรียน โกโก้ มักเป็นเมล็ดพืชที่มีอายุสั้นด้วย

จากความสัมพันธ์ของเมล็ดพันธุ์ ความชื้นสัมพัทธ์ และอุณหภูมิ ในการเก็บรักษานั้น จะต้องพัฒนาจัดสร้างโรงเก็บเพื่อควบคุมบรรยากาศให้สามารถเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ได้ยาวนาน มีการใช้บรรจุภัณฑ์ซึ่งเปรียบเสมือนโรงเก็บเล็กๆ เพื่อให้สะดวกต่อการจำหน่ายและการขนย้าย โดยการพิจารณาควบคู่ไปกับระยะเวลาที่ต้องการเก็บรักษา

ในการเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์นั้น ควรคัดและตรวจสอบเชื้อพันธุ์เมล็ดพันธุ์ที่เก็บรักษาในปริมาณมาก เช่น ในยุ้งฉาง ในถังพักก่อนการปรับปรุงสภาพ หรือในสภาพพร้อมจำหน่ายโดยบรรจุในกระสอบพลาสติกสาน เมล็ดที่บรรจุอยู่ภายในกระสอบพลาสติกสานจะมีความชื้นสูงขึ้นตามระยะเวลาและสภาพอากาศ จึงเสื่อมคุณภาพได้เร็วกว่า โรงเก็บธรรมดานี้จะให้ผลในการเก็บรักษาได้นาน 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับชนิดของพืช จะต้องมีความชื้นอยู่ในระดับที่พอเหมาะคือ ธัญพืชไม่เกิน 11% พืชน้ำมันและพืชผัก ไม่เกิน 9% สำหรับเมล็ดที่บรรจุในกระสอบพลาสติกสานจะมีอายุการเก็บรักษานานเท่าใดขึ้นอยู่กับชนิดของโรงเก็บ

วิธีการเก็บและรักษาเมล็ดพันธุ์พืชให้ยาวนานและมีประสิทธิภาพ

เมล็ดเงิน เมล็ดพันธุ์

ในมูลค่า 2,300 ล้านบาทของการค้าเมล็ดพันธุ์ในประเทศต่อปีนั้น 3 อันดับยอดนิยมของเมล็ดพันธุ์พืชไร่ ได้แก่ ข้าวโพดไร่ ทานตะวัน และข้าวฟ่าง เฉพาะมูลค่าส่งออกข้าวโพดไร่สูงถึง 1,000 ล้านบาท ส่วนเมล็ดพันธุ์ผักที่สำคัญ 5 อันดับแรก ได้แก่ พืชตระกูลแตง คือ แตงโม และแตงกวา พืชตระกูลกะหล่ำ คือ กระหล่ำปลี และกระหล่ำดอก และสุดท้ายคือ ข้าวโพดหวาน และถึงแม้ว่า ข้าว จะเป็นตลาดใหญ่จะอยู่ในกลุ่มเมล็ดพันธุ์พืชไร่ แต่ว่าการค้าและพัฒนาพันธุ์ข้าวจะเป็นของส่วนราชการเป็นหลัก ส่วนอุตสาหกรรมพืชไร่ที่เอกชนเข้ามาทำธุกิจที่สำคัญๆ นอกจากข้าวโพด ทานตะวัน และข้าวฟ่างแล้วยังมีถั่วเหลือง ถั่วเขียว และถั่วลิสงด้วย

เฉพาะข้าวโพดไร่ ประเทศไทยถือว่าประสบความสำเร็จในแง่ของความก้าวหน้าในการพัฒนาพันธุ์สูงสุดในเขตภูมิภาคเอเชีย เพราะว่าข้าวโพดที่พัฒนาวิจัยในเมืองไทยสามารถส่งออกเมล็ดพันธุ์ไปขายได้ทั่วประเทศเอเชีย-แปซิฟิก ไล่มาตั้งแต่ปากีสถาน บังกลาเทศ ศรีลังกา เวียดนาม อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เพราะพันธุ์จากเมืองไทยสามารถปรับตัวได้ดี อ้างอิง bangkokbiznews.com เมล็ดพันธุ์ส่งออก

วิธีการเก็บและการดูแลรักษาเมล็ดพันธุ์ ในจำนวนน้อยๆ ที่เหมาะสมที่สุด คือแบบเปียก และ แบบแห้ง

  • แบบเปียก คือเป็นเมล็ดพันธุ์ที่มีเนื้อติดกับเมล็ด หรือเยื่อหุ่มเมล็ดมีมาก เช่น ฟัก ฟักทอง แตงไทย มะละกอ โดยการล้างเมล็ดในน้ำให้สะอาดและเอาเนื้อที่ติดกับเปลือกภายนอกเมล็ดออกให้หมด และควรเลือกเก็บเฉพาะเมล็ดที่จมน้ำ และทำให้แห้งโดยการผึ่งลม หากไปผึ่งแดดอาจทำให้เมล็ดแห้งลีบใช้ไม่ได้
  • แบบแห้ง เช่นถั่ว พริกและไม้ดอกทั่วไป ที่มีเมล็ดแยกเก็บได้ง่าย โดยนำมาผึ่งไว้ในที่ร่มที่มีอากาศถ่ายเท ประมาณ 5-10 วัน หรือดูว่าแห้งดีแล้วเป็นอันใช้ได้
  • นำเมล็ดพันธุ์คัดแยกใส่ถุงตามชนิดพันธุ์พืช ทำเครื่องหมายหรือเขียนชื่อกำกับ แล้วนำไปใส่ถุงมัดปากให้แน่นเก็บในช่องแช่ผักได้ตามปกติ วิธีนี้อาจเก็บได้นานถึงปีแล้วแต่ชนิดของเมล็ดพันธุ์ เพราะจะช่วยในการรักษาและยืดอายุเมล็ดพันธุ์ได้ดี

ทั้งนี้การจะดูว่าเก็บเมล็ดพันธุ์พืชไว้ดีแล้วหรือไม่ เสี่ยงต่ออัตราการรอดเมื่อทำการเพาะเมล็ดได้แค่ไหน ต้องดูที่ความชื่นเป็นหลัก เพราะความชื่นเป็นตัวช่วยให้เมล็ดพันธุ์พืชเกือบทุกชนิดงอกได้นั่นเอง แต่การงอกของเมล็ดก็มีปัจจัยอื่นร่วมด้วยเช่นกัน

ขอบคุณที่มา kasetporpeang.com / doae.go.th / เรียบเรียงใหม่ kasetorganic.com

เกษตรมือใหม่

เกษตรมือใหม่

เริ่มต้นจากการที่อยากปลูกผักกินเอง ปลูกมาเรื่อยๆ จนเกิดเป็นไอเดียที่หลากหลายและอยากนำมาแชร์กันให้รู้ ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผักนะเออ