การปลูกยางพารา ตาเขียว

ตอตาเขียว กล้ายางพารา

ช่วงนี้ราคายางพุ่ง มองไปทางไหนก็มีแต่เกษตรกรหันมาปลูกยางพารา แต่ดูเหมือนว่าช่วงหน้าฝนนี้เกษตรกรผู้ปลูกยางพาราอาจต้องยอมรับความเสี่ยงหลายอย่าง เช่น ฝนตกน้ำท่วมต้นกล้าที่กำลังจะแตกยอดฉัตรใหม่ทำให้เกิดความเสียหาย และพอพ้นฝนแล้วเข้าฤดูใหม่ยางอาจทนแล้งได้ไม่ดีนักเพราะต้นยังไม่เจริญเติบโตได้ดีเท่าที่ควรนั่นเอง ปัญหาของเกษตรกรยางส่วนใหญ่ที่มักพบเจอก็มีหลายสาเหตุ ดังนั้นควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนลงมือปลูกยางพารา ยางพาราก็มีหลายพันธุ์ แต่ส่วนใหญ่ที่นิยมปลูกในภาคอื่นยกเว้นภาคใต้ก็เป็น ยางพาราตาเขียว ซึ่งมีเทคนิคพิเศษสำหรับการปลูกยางตาเขียว พร้อมทั้งการดูแล ช่วงเพิ่มแตกยอด มาเล่าให้ฟังกันก่อน

การปลูกยางพารา ตาเขียว และการดูแลรักษากล้ายาง

เทคนิค การปลูกยางพารา ตาเขียว

ต้นตอตา หมายถึง ต้นกล้ายางที่ได้รับการติดตาด้วยยางพันธุ์ดี แต่ตายังไม่แตกออกมา มีแผ่นตาและตาที่เป็นตุ่มติดอยู่เท่านั้น ขุดถอนแล้วตัดต้นเดิมเหนือแผ่นตาขึ้นไปไม่น้อยกว่า 8 ซม. เพื่อนำไปปลูกในแปลงที่เตรียมพื้นที่ไว้แล้ว
ต้นยางชำถุง หมายถึง วัสดุปลุกที่ได้จากการนำเอาต้นตอตา มาชำในถุง โดยใช้เวลาชำถุง ในถุงประมาณ 2-3 เดือน จนได้ต้นยาง ชำถุงขนาด 1-2 ฉัตร มีสภาพ พร้อม ที่จะนำไปปลูกในแปลงได้ ขนาดถุง ที่ใช้ชำ คือ 5 X 15 นิ้ว สีดำเจาะรูขนาด 3 มม. ประมาณ 3 แถว ๆ ละ 5-7 รู

  • ต้องเป็นตาเขียวที่ใหม่ ถอนจากแปลงแล้วปลูกภายใน 1 วัน ดีที่สุด ถ้าถอนหลายวันเปอร์เซ็นต์งอกน้อยลง
  • ต้องปลูกในช่วงฝนตกชุก ตอนปลูกถ้าใส่ปุ๋ยหินฟอสเฟตช่วยเร่งรากด้วยจะดี
  • หากมีฟางคลุมโคนจะดีมาก
  • หมั่นปลิดกิ่งตาที่ได้จากต้นพารา (ต้นตอ) เพราะจะแย่งน้ำเลี้ยงทำให้ตาพันธุ์ไม่แตกยอด
  • ห้ามฉีดยาฆ่าหญ้าทุกชนิด
  • ยางได้ 1 ชั้นใบแก่แล้วถึงจะใส่ปุ๋ยได้

วิธีการปลูกยางพารา ตาเขียว และพันธุ์อื่นๆ ให้ปลูกในช่วงต้นฤดูฝน เพราะกล้ายางจะสามารถโตทันแล้งได้โดยวิธีการปลูก เช่น ปลูกด้วยต้นตอตา หรือปลูกด้วยยางชำถุง กล้ายางตาเขียว หากเจอแล้งหนักๆ เพาะลงถุงชำก็ไปไม่รอด

การปลูกด้วยต้นตอตา ควรเลือกต้นตอตาที่สมบูรณ์ ตานูนโตเห็นเด่นชัด กลบหลุมที่เตรียมไว้แล้ว ใช้ไม้ปลายแหลม ขนาดเล็กกว่าต้นตอ เล็กน้อย แทงกลางหลุมให้ลึกเท่า ความยาวของราก นำต้นตอมาปักตามรอยแทง ให้แผ่นตาอยู่แนวเหนือ ใต้และอยู่เหนือพื้นดินประมาณ 1 ซม. กลบดินจนเสมอปากหลุมอัดดินให้แน่น โดยให้ดินบริเวณโคนยางสูงกว่าเล็กน้อย เพื่อมิให้น้ำขังในหลุม คลุมโคนต้นด้วยฟางข้าว หรือเศษพืชคลุม หรือเศษวัสดุคลุมดินที่ หาง่าย ในท้องถิ่น การหันแผ่นตายางไปทางทิศเหนือหรือใต้ จะทำให้ตายางไม่ต้องต้านลม หากตายางแตกยอดและมีใบแล้ว กิ่งอ่อนจะไม่ต้องต้านลมมากนักและไม่ทำให้หักเสียหาย และใบยอดหันสามารถหลบแสงได้ดีกว่า ป้องกันตาแห้งจากแสงแดด

การปลูกด้วยยางชำถุง ใช้ต้นยางชำถุงขนาด 1-2 ฉัตร ควรเลือกต้นที่สมบูรณ์แข็งแรงปราศจากโรคและแมลงศัตรูพืช ให้รอยต่อระหว่างรากกับตาอยู่ระดับปากหลุม ใช้มีดเฉือนก้นถุงออกประมาณ 1 นิ้ว แล้วกรีดด้านข้างถุงให้ขาดจากกัน แต่ยังไม่ดึงถุงออกนำไปวาง ในหลุม ทยอยกลบดินลงหลุม จนเกือบเต็มหลุม แล้วดึงถุงพลาสติกออก อย่าให้ดินในถุงพลาสติกแตกกลบดินจนเสมอปากหลุม และอัดดิน ให้แน่นให้โคนต้นยางสูงกว่าเล็กน้อยเพื่อมิให้น้ำขังในหลุม

การเลือกพันธุ์ยาง

  • เลือกพันธุ์ยางที่มีความต้านทานต่อโรคระบาดในท้องถิ่น
  • เลือกพันธุ์ยางควรพิจารณาถึงลักษณะภูมิประเทศ เช่น พื้นที่ที่มีลมแรง เลือกพันธุ์ที่ต้านทาน แรงลมได้ดี
  • เลือกพันธุ์ยางให้เหมาะกับสภาพความอุดมสมบูรณ์ของดิน
  • พันธุ์ยางที่ใช้ปลูกต้องเหมาะสมกับความลึกของหน้าดิน
  • พันธุ์ยางที่ใช้ปลูกต้องเหมาะสมกับสภาพความลาดชันของพื้นที่
  • พันธุ์ยางที่ใช้ปลูกต้องเหมาะสมกับระยะปลูก

ตัวอย่างที่จังหวัดฉะเชิงเทรามีอากาศร้อนมาก แต่สวนยางก็เยอะอยู่ ส่วนใหญ่แล้วตายางจะติดยาก ได้ผลแค่ 60% ขณะนี้ทางภาคใต้ค่อนข้าง 100% เพราะความชื้นและฝนตกมากพอ ร้านค้าขายกล้ายางแถวๆ ภาคเหนืออีสานและตะวันออกจึงนิยมนำยางตาเขียวจากภาคใต้มาลงถุงดำเอง โดยไม่ติดตายางเอง ทำต้นแม่พันธ์ไว้โชว์เป็นส่วนใหญ่ แต่ต้นโตของยางตาเขียวก็มีลำต้นที่โตไม่เท่ากับทางภาคใต้ รู้สึกว่าต้นยางพาราที่ฉะเชิงเทราจะมีต้นเตี้ยกว่าทางใต้ แถมลำต้นก็ไม่ค่อยใหญ่มาก

ที่ฉะเชิงเทราร้านเพาะพันธุ์ยางจะมีตาข่ายพรางแสงมีทั้งปิดและเปิดได้ ไม่ทำตายตัวเปิดโดยรอบได้ทั้งด้านข้างและด้านบนช่วงแรกๆ เขาเอายางตาเขียวจากภาคใต้แถวกระบี่ พังงา สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ห่อมาโดยใช้ใบยางปิด แล้วเอาสแลมห่อมาอีกที พ่นน้ำให้ชื้นขนส่งมาทางรถยนต์ใช้เวลา 1 วัน จากนั้นก็เอาลงทุนค่าภายใน 1-3 วัน ยางตาเขียวเป็นยางที่เป็นต้นตอ รากยาวประมาณ 8-10 นิ้ว หายาวกว่านี้เขาจะตัดออก ให้มีรากฝอยประปรายก้านต้นประมาณ 1 ฟุต เอารากชนราก ตรงกลางซีกขวา 100 กิ่ง ซีกซ้าย 100 กิ่ง หันต้นออกแล้วมัดร่วมกันมัดละ 200 กิ่ง การเอารากไปตรงกลางเพื่อป้องกันรากซ้ำจากการกระทบกระแทกตายางที่ติดด้านข้างแค่ 30-45 วัน เขาก็ตัดมาส่งแล้วเขาจะไม่รอให้ตางอกก่อนขายเอาแค่ตาติดเอง สาเหตุที่เขาทำเช่นนี้ก็เพราะเขาไม่รู้ว่าใครจะสั่งตายางพันธุ์อะไร พอคนสั่งยาง 251 จำนวนต้น 1,000 ต้น เขาก็จะเริ่มติดตาที่ต้นตอ พอตายางติดเขาก็ตัดต้นแม่เหนือตาที่ติด 3-4 นิ้ว ขุดต้นสางรากแล้วเอามามัดแล้วส่งมาให้ลูกค้าทันที

ดูที่การเลี้ยงยางพาราตาเขียวในถุงดำ เขาเอากล้ายางตาเขียว เอารากชุบน้ำยาเรียกราก เอาดินใส่ถุงดำ ดินค่อนข้างเป็นดินเหนียวใส่จนเต็มถุง วางไว้เป็นกลุ่มรดน้ำให้ดินเปียกชุ่ม เอากล้ายางตาเขียวตัดแต่งรากไม่ให้ความยาวเกินถุงดำ และให้ตายางอยู่เหนือดิน 1-2 นิ้ว สางรากฝอยให้เหลือน้อยแทงกล้ายางลบดินในถุงเลยเอาไปเลี้ยงในเรือนเพาะชำวางเป็นแถวๆ ยาวความกว้างไม่เกิน 1 เมตร เพื่อให้คนเดินตรวจแถวฉีดพ่นใส่ปุ๋ยรดน้ำได้ทั่วถึง และง่ายในการเข้ากับตรวจดูด้วยสายตาได้ง่าย ช่วงแรกๆ เขาจะปิดเรือนเพาะชำฉีดพ่นน้ำให้ชื้นตลอด รดน้ำเช้าเย็นให้สังเกตการเจริญเติบโตของตายางด้วยทุกวันไม่ต้องแกะพลาสติดรัดตายางออกจะหลุดเอง สายยางฉีดต้องเข้าถึงเดี๋ยวจะรดเปียกแต่ผิวดินต้องให้ชุ่มถึงราก รากจะแตกและตาจะโตพอต้นโตก็ดูว่าต้องเร่งแตกใบหรือเปล่าฉีดพ่นสารเรียกแตกใบทางใบแตกใบยากหรือเปล่า ให้ปุ๋ยใบมีราดำจับหรือเปล่าจะใช้สารฉีดพ่นฆ่าราหรือจะใช้วิธีลดความชื้น การเปิดพรางแสงบ้างบางครั้ง ใบเหลืองขาดสารอาหารหรือเปล่าใช้ปุ๋ยเร่ง

การดูแลต้นกล้าอ่อนเขาทำในเรือนเพาะชำ ต้องทะนุทะนอมดูสังเกตุกันทุกวันใบไหนเป็นโรคก็ตัดเด็ดใบทิ้งไปให้ไกลๆ ต้นไหนโตดีต้นไหนแกรนแคระเพราะเหตุใด ให้สังเกตุรอบๆ บางทีรดน้ำแค่ผิวน้ำไม่ซึมลงเนื่องจากสายยางไม่ถึงต้นนั้นก็จะเหี่ยวแห้งและตายในที่สุดหากไม่เปลี่ยนวิธีการรดน้ำหรือต่อสายยางให้ถึงบางต้นแห้งๆ ก็ไปดูว่าทำไมเป็นเช่นนั้น เช่นว่าอยู่ใกล้แผ่นคอนกรีตร้อน ถนนคอนกรีต กำแพงสีขาวสะท้อนแสงก็ให้ใช้วิธีย้ายจุดวางใหม่ หรือไม่ก็วางแผ่นพรางแสงมากั้นบังไว้บางจุดวางถุงดำแล้วต้นไม้ไม่โต ก็ให้ย้ายไปหาที่วางใหม่ ยางต้นอ่อนต้องรดน้ำเช้าเย็นรดให้ดินชุ่มรดให้น้ำกระแทกใบจำลองเหตุการณ์ว่าฤดูฝน หากเลี้ยงถูกวิธียางจะแตกใบอ่อนตลอด ยางต้นแกรนๆ ให้คัดแยกออกมารวมกลุ่มเอามาดูและพิเศษลองโดยปุ๋ยดูหากลุ้นไม่ขึ้นก็แสดงต้นนี้ไม่แข็งแรงพอที่จะเอาไปปลูกเพราะจะโตไม่ทัน

การปลูกยางพารา ตาเขียว และการดูแลรักษากล้ายาง

การใส่ปุ๋ยกล้ายางให้ทั้งทางใบและทางดินใช้ปุ๋ย 25-5-5 ผสมน้ำ 1:100-1:200 ทีละน้อยแต่บ่อยๆ การให้ปุ๋ยทางดินกับต้นกล้ายางใช้วิธีโปรยที่รองโดนต้นประมาณครึ่งช้อนชาต่อต้นใส่เดือนละครั้งเวลาโปรยอย่าให้ปุ๋ยถูกใบเอามือวางต่ำๆ แล้วพัดเม็ดปุ๋ยออกไปวันไหนฉีดพ่นปุ๋ยทางใบ เช่นตอนเช้าวันนี้ก็ไม่ต้องรดน้ำเช้าวันนี้ฉีดพ่นค่อยไปรดตอนเย็นปุ๋ยน้ำ พด.2 ฉีดพ่นใบให้ผลดีเหมือนกัน เลี้ยงยางจะนับเป็นฉัตร 1-3 ฉัตร ฉัตรมากก็สูงหน่อยมีโอกาสรอดมากหน่อย

ก่อนเอายางพาราออกจากเรือนอนุบาลต้องตรวจดูสุขภาพยางพาราว่ารากลงดินหรือเปล่าอาจต้องขุดตัดรากที่ทะลุลงดินออกต้นไม้จะบาดเจ็บ อย่าพึ่งเอาไปปลูกหรือขนส่ง ให้ขุดอย่าให้ดินในถุงกระเทือนเอาใบเรียงไว้ดูแลไม่ให้ใบยางเฉาจนกว่าจะฟื้นตัว หากใบเฉาจะกระเทือนมาก หากฟื้นตัวเลี้ยงไว้แข็งแรง ถ้าเอามาฝึกทนแดดโดยการเปิดพรางแสงหรือย้ายจุดให้ต้นกล้าชินต่อแสงแดด การขนย้ายกล้ายางไกลๆ ต้องเรียงต้นยางอย่าใช้ช้ำเอาสแลนคลุมกันลมกระแทกใบช้ำและรากคลอนก่อนขึ้นรถยนต์ขนย้ายเดินทางไกลเอาลงจากรถก็เอามาเรียงพักกล้าที่หน้างานให้ก่อนจนแข็งแรงจึงจะขนส่งไปปลูกในพื้นที่

การเอาต้นกล้ายางลงหลุมขุดหลุม 50x50x50 ซม. หรืออย่างน้อย 30x30x30 ซม. กล้าถุงยาวเอาถุงดำวางบนมือหันปลายชี้ออกตัวใช้มีดคัดเตอร์กรีดตามแนวถึงกันกลับต้นกล้าเอาปลายชี้เข้าหาตัวอย่าให้ดินแตก ปลดถุงดำออกทอดมือเอายางลงก้นหลุมใช้อีกมือเขี่ยดินมากลงจนแท่งดินตั้งได้กดดินแนวเฉียงเข้าหาต้นยาง การกดลงตรงๆ จะเป็นการถอนรากฝอยของยาง ยางจะช้ำชะงักงันการเติบโต

กรณีใช้ถุงดำใหญ่สั้นให้ใช้วิธีกรีดก้นถุงเป็นกากบาทแบะออกให้ก้นสัมผัสดินเอาดินกลบด้านข้างให้ทั่วและใช้มีดกรีดถุงดำแนวดิ่งค่อยๆ ถึงถุงดำขึ้นแท่งดินในถุงจะไม่กระเทือนเลยหรือจะทิ้งถุงดำไว้อย่างนั้นก็ได้แค่ปีเดียวถุงก็เปื่อยแล้ว ฤดูกาลที่ควรปลูกก็คือแถวพฤษภาคมหลังดินเปียกชุ่มจากดินฤดูฝนอีกครั้งงก็ช่วงสิงหาคม ไม่ควรปลูกปลายฝนต้นยางจะรากลงไปหยั่งดินจะไปแล้วตายช่วงมกราคม-เมษายน ตุลาคมแล้วไม่ควรปลูกยกเว้นภาคใต้ที่มรสุมกำลังเข้าพอดี ปลูกแล้วให้ใช้ไม้ไผ่ปักไว้เป็นไม้ชะม๊อบเพื่อเป็นจุดสังเกตตำแหน่งที่ปลูกยางและเป็นหลักยึดลำต้นในตรงในโอกาสต่อไป

เดี๋ยวนี้มี เทคนิคการปลูกยางตาเขียวในถุงดำ วิธีการก็คือเอาดินใส่ถุงดำจนเต็มขุดดินเป็นร่องยางเอาถุงดำฝังในร่องดินสูงพ้นดินประมาณ 1-2 นิ้ว เอาเม็ดยางเพาะในถุงพอต้นยางโตประมาณ 0.8-12 เมตร หรือลำต้นขนาด 1-2 ซม. หรืออายุประมาณ 7 เดือน ถึงปีครึ่ง เวลาคนมาสั่งยางพันธุ์อะไรเช่น 251 ก็เอาตายางพันธุ์นั้นมาติดตาตามจำนวนที่สั่งไว้อาจเพื่ออีกเล็กน้อยพอติดตาได้ 15-30 วัน ก็ตัดยอดกิ่งแม่เหนือตา 4-6 นิ้ว ออกทิ้งแล้วขุดเอาถุงดำที่ฝังดินออกก็จะตักรากไปด้วยตาเขียวก็จะมีดินติดถุงดำไปด้วย โอกาสรอดตายก็จะสูงขึ้น

การปลูกยางพารา ตาเขียว นอกพื้นที่ ภาคใต้ ปลูก ในจังหวัด ภาค กลาง อีสาน เหนือ

การปลูกยางตาเขียว แบบเดินเอารากเสียบลงดินมีโอกาสรอดน้อยหากไม่ใช่พื้นที่ฝนตกชุก มีบางคนปลูกยางตาเขียวแบบรากปักแล้วปลูกต้นข้าวโพดเต็มพื้นที่ 100% พอข้าวโพดโตก็จะบังแสงต้นยางหมดโอกาสรอดแค่ 20% ที่ถูกต้องควรเว้นช่องไม่ปลูกตามแนวแนวห่างออกจากต้นมาข้างละ 1 เมตร การปลูกต้นยางในพื้นที่อีสานหรือพื้นที่ฝนน้อยควรใช้ยางที่อยู่กินในถุงชำมีดิน ปลูกต้นฤดูฝน ปลูกต้นไม้เป็นเพื่อนที่อึดๆ เช่นมันสำปะหลัง 3-4 ต้นต่อยางหนึ่งต้นเอาไว้บังแสงจ้าจากแสงแดดอย่าไปกลัวแย่งปุ๋ยใส่เผื่อไปเลย

การยินยอมให้ชาวบ้านมาทำพื้นที่ปลูกยางขณะปลูกยางปี 1-3 ต้องมีสัญญาว่าจะต้องปลูกพืชไร่เช่น ข้าวไร่ ถั่ว สัปรด ต้องรอให้เราปลูกยางเสร็จก่อนแล้วจะได้เว้นระยะห่างจากต้นยางตามแนวแถวข้างละ 1.0-1.5 เมตร มิเช่นนั้นจะเป็นปัญหาตอนไถดินจะถูกต้นยางการเดินเข้าหาต้นยางการดายหญ้า การใส่ปุ๋ยจะทำไม่ได้ตลอดจนพืชไร่จะมีรากมากวนต้นยาง หากกลัวต้นยางทดอาจมีสัญญาว่าห้ามใช้ยาฆ่าหญ้า ยาฆ่าแมลง เพื่อป้องกันสารพิษสะสมในพื้นที่ ทำสัญญาเช่าแบ่งผลประโยชน์ไว้ด้วยว่าปลูกข้าวได้ 100 ถัง จะแบ่งให้เท่าไรถังดีหรือจะเก็บเป็นรายปียาวนานกี่ปีเป็นปีๆ ก็ดีบางรายเราอยากให้ออกไปแต่เขาต้องการเหลือเหง้าสัปรดทำให้ผลประโยชน์ขัดกันสัญญาเช่าจะเป็นการป้องกันการครอบครองปรปักษ์ด้วย ปักเขตแดนให้ชิด ปลูกต้นสักต้นสะเดาตามแดนด้วยก็ดีตัดทางไว้ลาดตะเวนแนวแดนด้วย ติดป้ายชื่อไร่หรือสวนด้วยประกาศความเป็นเจ้าของให้ทราบโดยทั่วไป

ขอบคุณ live-rubber.com / www.budmgt.com : ประสบการณ์เลี้ยงกล้ายางพาราอ่อน Young Para Rubber Nursery

เกษตรมือใหม่

เกษตรมือใหม่

เริ่มต้นจากการที่อยากปลูกผักกินเอง ปลูกมาเรื่อยๆ จนเกิดเป็นไอเดียที่หลากหลายและอยากนำมาแชร์กันให้รู้ ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผักนะเออ