ปลูกมะเขือเทศ ช่วงฤดูหนาว

ปลูกมะเขือเทศ ช่วงฤดูหนาว organic-tomatoes

ฤดูหนาว เป็นอีกหนึ่งฤดู ที่เหมาะสมที่สุดในการปลูกมะเขือเทศ เพราะฤดูนี้มะเขือเทศจะเจริญเติบโตได้ดี อุณหภูมิที่เหมาะสมที่สุดในการเจริญเติบโตของมะเขือเทศนั้นจะอยู่ระหว่าง 18-28 องศาเซลเซียส ซึ่งต้นจะแข็งแรงและติดผลมาก ถ้าความชื้นของอากาศและอุณหภูมิสูงจะทำให้ผลผลิตและคุณภาพลดลง และทำให้เกิดโรคต่างๆ ง่าย

ปัญหาส่วนใหญ่ในการปลูกมะเขือเทศฤดูฝนและฤดูอื่น คือ ในฤดูฝนมีความชื้นและอุณหภูมิเหมาะแก่การเจริญเติบโตของโรคหลายชนิด และมะเขือเทศบางพันธุ์ผลจะแตกง่ายเมื่อฝนตก แต่ถ้าต้องการจะปลูกมะเขือเทศในฤดูฝนก็สามารถทำได้ ส่วนในฤดูร้อน ใบจะไหม้และผลจะเล็กเนื่องจากน้ำในดินน้อย ดังนั้นจำเป็นต้องหาแหล่งน้ำให้มะเขือเทศ น้ำเป็นปัจจัยหลักถึงจำนวนและขนาดของผล

การปลูกมะเขือเทศฤดูฝน สิ่งที่จะต้องปฏิบัติคือ

  • เลือกพื้นที่ปลูกที่สูงมีการระบายน้ำดีเป็นพิเศษ
  • ดินมีสภาพเป็นกลาง คือมีค่าความเป็นกรดเป็นด่าง (pH) ประมาณ 6.5-6.8
  • ใช้พันธุ์ที่เหมาะสมคือให้ผลดกในฤดูฝนและฤดูร้อน
  • มีการปฏิบัติรักษาอย่างถูกต้องดีคือ เตรียมดินใส่ปุ๋ยถูกต้อง ฉีดพ่นสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชอย่างถูกต้องและบ่อยครั้งเป็นพิเศษ อย่าปล่อยให้โรคทำลายก่อนแล้วจึงคิดป้องกันกำจัด ปกติผู้ปลูกที่ประสบความสำเร็จมักใช้สารป้องกันกำจัดแมลงและเชื้อราสูงกว่าในฤดูปกติ

ปลูกมะเขือเทศ ช่วงฤดูหนาว organic-tomatoesปลูกมะเขือเทศในฤดูหนาว

ดินที่เหมาะสมในการปลูกมะเขือเทศมากที่สุดควรเป็นดินร่วนมีอินทรียวัตถุสูงและมีการระบายน้ำดี ความเป็นกรดเป็นด่างของดิน (pH) ประมาณ 6.5-6.8 ถ้าดินเป็นกรดหรือด่างมากเกินไปจะทำให้ดินขาดธาตุอาหารบางอย่างได้ หรือธาตุอาหารบางชนิดสามารถละลายออกมาได้มากเกินไปจนเป็นเหตุให้เป็นพิษต่อต้นพืช การจะทราบว่าดินบริเวณที่จะปลูกเป็นกรดหรือด่างเท่าใดก็โดยส่งตัวอย่างดินไปวิเคราะห์ที่กองเกษตรเคมี กรมวิชาการเกษตร บางเขน กรุงเทพมหานคร ซึ่งทางกองเกษตรเคมีจะได้แนะนำการปรับดินให้เหมาะสมกับการปลูกพืชต่อไป

การปลูกมะเขือเทศ โดยทั่วไปไม่ควรปลูกซ้ำที่เดิมหรือในพื้นที่ปลูกพืชในตระกูลเดียวกันกับมะเขือเทศมาก่อน เช่น พริก มะเขือและยาสูบ เป็นต้น เพราะอาจมีเชื้อโรคต่างๆ สะสมอยู่ในดิน ซึ่งเป็นโอกาสให้มะเขือเทศเป็นโรคได้ง่าย

การเตรียมดินสำหรับปลูกมะเขือเทศ ต้องพิถีพิถันเป็นอย่างมาก ดินต้องมีการระบายน้ำดี กำจัดวัชพืชให้หมด เพราะวัชพืชจะแย่งน้ำ อาหารและแสงแดด แถมยังเป็นที่อยู่อาศัยของโรคและแมลงได้อย่างดีอีกด้วย ถ้าหากมีการเตรียมดินให้ดีตั้งแต่เริ่มแรกจะป้องกันการงอกของวัชพืชไปได้นาน ควรเตรียมดินให้ลึก 30-40 เซนติเมตร ถ้าใช้เครื่องทุ่นแรงหรือรถไถ 2-3 ครั้ง โดยไถกลบดินไปมาและตากดินให้แห้ง 3-4 อาทิตย์ แล้วย่อยดินให้ละเอียดพอควร อย่าให้ละเอียดมากเกินไป เพราะมะเขือเทศต้องการสภาพดินที่มีการระบายน้ำและถ่ายเทอากาศได้

ถ้าหากดินเป็นกรดให้ใช้ปูนขาวหว่านในอัตราตามที่ได้รับคำแนะนำจากการวิเคราะห์ดินหรือหากไม่ได้ส่งดินไปวิเคราะห์จะหว่านปูนประมาณ 100-300 กิโลกรัมต่อไร่ โดยใช้ปูนขาวหว่านและคลุกเคล้ากับดินหรืออาจจะหว่านก่อนการเตรียมดินครั้งสุดท้าย แต่อย่างไรก็ตามควรใส่ปูนขาวก่อนปลูก 2-3 อาทิตย์

การเตรียมแปลงปลูกมะเขือเทศ (tomato, Lycopersicon esculentum) หรือในกระถาง

ถ้าปลูกในแปลงควรเตรียมดินปลูก โดยใช้จอบขุดย่อยดินหน้าดินลึก 15-20 ซม. และย่อยดินให้ละเอียด ใส่ปุ๋ยคอก หรือใส่ปุ๋ยหมัก หว่านและคลุกเคล้าให้เข้ากับดินในแปลง ในกรณีปลูกในกระถาง ให้ผสมดินปลูกในกระถาง โดยใช้ดินร่วนละเอียดผสมกับปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมัก ในอัตรา 2:1

สำหรับการดูแลรักษามะเขือเทศ (tomato, Lycopersicon esculentum) นั้น หลักๆ มีดังนี้

ปลูกมะเขือเทศ ช่วงฤดูหนาว

  • ย้ายกล้ามะเขือเทศลงปลูกในแปลง หรือในกระถาง
  • รดน้ำทุกวัน และในช่วงการติดผลต้องระมัดระวังให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ
  • หลังย้ายปลูกแล้ว 7-10 วัน ให้ใส่ปุ๋ยเคมี สูตร 15-15-15 อัตราต้นละ 1 ส่วน 4 ช้อนชา ควรโรยปุ๋ยห่างโคนต้นประมาณ 2-3 ซม. และรดน้ำให้ทันที
  • ควรกำจัดวัชพืชสม่ำเสมอ
  • เมื่อมะเขือเทศเจริญเติบโตหลังย้ายกล้าประมาณ 40 วัน สามารถเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตได้
  • มะเขือเทศสามารถให้ผลผลิตได้นาน 20-30 วัน

ภายหลังการปลูกได้ไม่นานก็จะมีผลมะเขือเทศที่เริ่มมีสีชมพูที่แต้มผิวผล ก็สามารถเก็บมารับประทานได้แล้ว

เกษตรมือใหม่

เกษตรมือใหม่

เริ่มต้นจากการที่อยากปลูกผักกินเอง ปลูกมาเรื่อยๆ จนเกิดเป็นไอเดียที่หลากหลายและอยากนำมาแชร์กันให้รู้ ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผักนะเออ