ขยายพันธุ์พืชด้วย การติดตา

การติดตา การขยายพันธุ์พืชด้วยการติดตา

เอาเรื่องเก่ามาเล่าใหม่ หลายคนที่เป็นเกษตรกร อาจรอบรู้อยู่แล้วเกี่ยวกับเรื่อง การติดตาไม้ และการใช้กรรมวิธีการตัดต่อกิ่งพันธุ์พืชมาอย่างชำนาญแล้ว แต่อยากจะลองนำมาเขียนใหม่อีกหน เรื่องนี้เอามาจากองค์ความรู้ในเว็บเกษตรพอเพียง ที่เป็นแหล่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์อยู่มาก โดยหวังว่าคงเป็นประโยชน์ต่อผู้เข้าชมไม่มากก็น้อย

ว่ากันด้วยเรื่อง การติดตา หรือ Budding ซึ่งวิธีการนี้เป็นวิธีการขยายพันธุ์พืชที่เรารู้จักกันดี โดยการนำเอาส่วนตาหรือกิ่งของพืชจากต้นหนึ่ง ที่จัดเป็นพืชพันธุ์ดีหรือกิ่งพันธุ์ดี ไปติดเข้ากับพืชอีกต้นหนึ่งเพื่อให้ตาของพืชเจริญเติบโตเป็นพืชต้นใหม่ต่อไป โดยไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นพืชชนิดเดียวกันพันธุ์เดียวกัน สำหรับต้นตอซึ่งทำหน้าที่เป็นระบบรากนั้น ต้องเลือกที่มีความแข็งแรง หาอาหารเก่ง เจริญเติบโตเร็ว ทนต่อสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมได้ดี พืชที่นิยมขยายพันธุ์ด้วยการติดตามีทั้งไม้ดอก ไม้ประดับและไม้ผล ที่เห็นกันบ่อยๆ คือมะม่วง ยางพารา

การติดตา การขยายพันธุ์พืชด้วยการติดตาการติดตานี้เป็นวิธีการขยายพันธุ์พืชอีกวิธีหนึ่งที่มีความสำคัญทางด้านการช่วยเปลี่ยนยอดต้นพืชที่มีลักษณะไม่ดี ให้เป็นพันธุ์ดีได้ ทำให้พันธุ์พืชมีความแข็งแรง ต้านทานศัตรูและทนความแห้งแล้งได้ดี การมีต้นตอที่แข็งแรง จะสามารถขยายพันธุ์ได้จำนวนมากเพราะกิ่งพันธุ์แต่ละกิ่งจะมีหลายตา นอกจากนี้ ยังช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับพันธุ์ไม้ด้วย โดยเฉพาะการผลิตพืชแฟนซี คือเป็นพืชที่ให้ผลผลิตหลายอย่างในต้นเดียวกัน เช่น ต้นตอเป็นมะม่วงอกร่องแต่ยอดเป็นมะม่วงเขียวเสวย มะม่วงน้ำดอกไม้ ในต้นเดียวกัน หรือไม้ดอก เช่น กุหลาบ จะมีดอกหลายสีในต้นเดียวกัน ฯลฯ ทั้งนี้การติดตา สามารถทำได้สะดวกรวดเร็ว โดยสามารถนำตาจากกิ่งพันธุ์ดีจากแหล่งหนึ่งไปทำการติดตาอีกแหล่งหนึ่งได้ แต่อาจต้องใช้เวลาในการบังคับและเลี้ยงตาใหม่ให้เป็นต้นพืชยาวนานกว่าการต่อกิ่ง ดังนั้นผู้ที่ทำการขยายพันธุ์พืชด้วยวิธีการติดตานั้น ต้องมีความชำนาญและประณีตในการขยายพันธุ์

ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการติดตา มีแค่ 2 อย่างคือ ต้นตอ และกิ่งพันธุ์ที่ดี ให้ผลผลิตดี โดยที่ ต้นตอพันธุ์ จะเป็นส่วนของต้นพืชที่ทำหน้าที่เป็นระบบราก หาอาหารหล่อเลี้ยงต้นพืช มี 2 ชนิด คือ

  • ต้นตอที่ได้จากการเพาะเมล็ด ส่วนมากนิยมใช้กับพืชประเภทไม้ผล เช่น มะม่วง ขนุน ทุเรียน มะขาม ต้นตอที่มีลักษณะดีจะต้องมีลำต้นตั้งตรง ไม่บิดคด หรือมีรอยต่อระหว่างต้นและราก เป็นแบบคอห่าน ซึ่งเกิดจากการวางเมล็ดลงเพาะผิดวิธี
  • ต้นตอที่ได้จากการตัดชำ ตอนกิ่ง หรือแยกหน่อ บางครั้งเรียกว่า ต้นตอตัดชำ ส่วนมากนิยมใช้กับพืชประเภทไม้ดอกไม้ประดับ เช่น กุหลาบ ชบา เข็ม โกสน เฟื่องฟ้า ผกากรอง โมก และอื่นๆ ข้อเสียของต้นตอตัดชำ คือมีระบบรากตื้น แต่ถ้านำไปเป็นต้นตอสำหรับไม้ผล จะต้องทำการเสริมรากเพิ่มขึ้นด้วย

การเลือกพันธุ์พืชสำหรับใช้เป็นต้นตอ

  • เจริญเติบโตเร็ว ปราศจากโรคและแมลง และทนทานต่อสภาพแวดล้อมได้ดี
  • ขยายพันธุ์ได้ง่าย ทั้งด้วยวิธีเพาะเมล็ด ตัดชำหรือตอนกิ่ง
  • สามารถเชื่อมต่อกับกิ่งพันธุ์ดีต่างๆ ได้มาก
  • หาเมล็ดหรือต้นได้ง่าย
  • เป็นพืชที่มีความบริสุทธิ์ของพันธุ์สูง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ต้นตอที่ได้จากการเพาะเมล็ด เพราะมีรากแก้ว มีประโยชน์อย่างมากในการหาอาหารและยึดเกาะ

ถัดมาถึงส่วนของ ตาจากกิ่งพันธุ์ดี เป็นส่วนของพืชที่ทำหน้าที่เป็นระบบยอดในต้นพืช สำหรับการขยายพันธุ์โดยวิธีการติดตา

การเลือกพันธุ์พืชสำหรับใช้เป็นกิ่งพันธุ์ดี

  • เป็นกิ่งที่มีตาแข็งแรง ไม่ว่าจะเป็นตายอดหรือตาข้าง
  • ควรเลือกจากกิ่งกระโดง หรือกิ่งน้ำค้าง
  • เป็นกิ่งที่มีความสมบูรณ์ปานกลาง โดยสังเกตจากข้อ ที่ไม่ถี่หรือห่างเกินไป
  • ตาของกิ่งพอเหมาะ คือ มีขนาดพอประมาณเท่าดินสอดำ
  • เป็นกิ่งที่ได้จากต้นแม่ที่แข็งแรง สมบูรณ์ ไม่มีโรค
  • ถ้าเป็นกิ่งแก่ ควรมีอายุไม่เกิน 1 ปี เพราะถ้าอายุมากเกินไป ตาที่ติดจะไม่เจริญเติบโตเท่าที่ควร

วิธีการติดตา เป็นวิธีการขยายพันธุ์พืชที่ประหยัดกิ่งพันธุ์ดี เพราะแทนที่จะใช้กิ่งพันธุ์ดีหลายตาเหมือนการต่อกิ่ง กลับใช้กับกิ่งพันธุ์ดีเพียงตาเดียวซึ่งจะอยู่บนส่วนของแผ่นเปลือกไม้ ซึ่งอาจจะมีเนื้อไม้หรือไม่มีเนื้อไม้ก็ได้ ขบวนการประสานเนื้อเยื่อที่เกิดขึ้นจากการติดตา มีลักษณะเช่นเดียวกับการต่อกิ่งทุกประการ

เครื่องมือและวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการติดตา

  • ส่วนของพืชที่จะขยายพันธุ์ คือ กิ่งพันธุ์ดี
  • ส่วนของพืชที่เป็นระบบราก คือ ต้นตอ
  • มีดขยายพันธุ์หรือคัตเตอร์หรือมีดติดตาต่อกิ่ง
  • กรรไกรตัดแต่งกิ่ง
  • แถบพลาสติกพันกิ่ง

ข้อสังเกตเกี่ยวกับการติดตาที่ได้ผลดี

  • ตาต้องอยู่ในสภาพพร้อมที่จะเจริญเติบโต และอยู่ในระยะพักตัว คือช่วงฤดูหนาว และสังเกต ตาจะนูนออกมาคล้ายๆ กับตาที่กำลังจะแตกยอดใหม่
  • ต้นตอต้องอยู่ในช่วงที่ไม่พักตัวคือ เป็นช่วงที่กำลังเจริญเติบโต เนื้อเยื่อเจริญกำลังแบ่งตัวอย่างรวดเร็ว สังเกตจากเวลาใช้มีดกรีดเปลือกไม้จะมีน้ำยางไหลออกมา
  • รอยแผลที่เฉือนแผ่นตาจะต้องเรียบ แผ่นตาไม่ช้ำและฉีกขาด
  • การพันพลาสติก ควรพันให้แน่นและปิดรอยแผลไม่ให้น้ำเข้าได้ เพราะถ้าหากน้ำเข้าไปที่แผลติดตา จะทำให้ตาของพืชเน่าตายได้
  • ตาที่ติดนั้นจะต้องทำให้เนื้อเยื่อเจริญสัมผัสกับต้นตอมากที่สุดและไม่ให้ถูกแดดจัดส่องตลอดเวลา เพราะจะทำให้ตาเหี่ยวและแห้งตาย
  • มีดและมือจะต้องสะอาดปราศจากเชื้อโรคหากเชื้อโรคเข้าแผล อาจทำให้แผลเน่าและตาไม่ติดและเน่าตายได้

รูปแบบการติดตา

  • การติดตาแบบรูปตัวที (T Budding or Shield Budding)
  • การติดตาแบบเพลต (Plate Budding)
  • การติดตาแบบแพตซ์ (Patch Budding)
  • การติดตาแบบชิพ (Chip Budding)

แต่ที่นิยมใช้ ได้แก่ การติดตาแบบรูปตัวที (T Budding or Shield Budding)

การติดตา การขยายพันธุ์พืช ไม้ผล ไม้ดอก ไม้ประดับ

การติดตาแบบรูปตัว ที

  • เลือกกิ่งที่สมบูรณ์ ไม่มีโรคและแมลง แล้วใช้ปลายมีดกรีดเปลือกให้เป็นรูปตัวที (T) โดยกรีดให้ลึกถึงเนื้อไม้ ความยาวของตัวที (T) ประมาณ 3 เซนติเมตร
  • เฉือนตาของกิ่งพันธุ์ดีให้เป็นรูปโล่ ยาวประมาณ 1 นิ้ว หรือมากกว่าเล็กน้อย และเฉือนให้มีเนื้อไม้ติดมาด้วย
  • ลอกเนื้อไม้ที่แผ่นตาออก ระวังอย่าให้แผ่นตาช้ำหรือสกปรก
  • สอดแผ่นตาลงในแผลของต้นตอที่กรีดไว้ทางหัวรูปตัวที (T) แล้วเลื่อนแผ่นตาลงไปให้อยู่ตรงกลางพอดี ถ้ามีแผ่นตาเหลือยาวเกินรูปตัว (T) ให้ตัดออกเสมอหัวรูปตัวที (T)
  • ใช้พลาสติกพันกิ่งพันแผลที่ติดตาให้แน่น โดยพันจากบนลงล่าง เพื่อให้เนื้อเยื่อของแผ่นตาแนบสนิทกับลำต้น เพื่อป้องกันน้ำไหลเข้าไปในแผลที่ติดตา
  • หลังจากการติดตาเสร็จแล้วประมาณ 7-10 วัน ให้ตรวจดูถ้าแผ่นตายังมีสีเขียวอยู่ แสดงว่า แผ่นตาที่นำไปติดกับต้นตอเชื่อมติดกันได้แล้ว จึงพันพลาสติกใหม่ โดยเว้นช่องตาไว้ให้ยอดที่แตกจากตาโผล่ออกมาได้

การติดตา การขยายพันธุ์พืช ไม้ผล ไม้ดอก ไม้ประดับ

การติดตาแบบตัว ที ส่วนมากนิยมปฏิบัติกับไม้ดอกไม้ประดับ เช่น กุหลาบ ชบา ฯลฯ ไม้ผล เช่น มะม่วง องุ่น ฯลฯ พืชเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งยางพารา นิยมใช้กันมาก ซึ่งการสอดแผ่นตาเข้าไปในรอยแผลของต้นตอ แล้วใช้คมมีดตัดแผ่นตาส่วนที่เกินดังรูป

อ้างอิง ข้อมูลการติดตา ของคุณชาวนา ที่ http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=885

เกษตรมือใหม่

เกษตรมือใหม่

เริ่มต้นจากการที่อยากปลูกผักกินเอง ปลูกมาเรื่อยๆ จนเกิดเป็นไอเดียที่หลากหลายและอยากนำมาแชร์กันให้รู้ ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผักนะเออ