การดูแลและฟื้นฟูต้นไม้ หลังน้ำท่วม

การดูแล และ ฟื้นฟู ต้นไม้ หลังน้ำท่วม ให้รอด

การดูแลต้นไม้หลังน้ำท่วม หรือจะเป็น การฟื้นฟูไม้ผลและการปลูกไม้ผลหลังประสบอุทกภัย นั้นเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในขณะนี้ เพราะหลายพื้นที่ของประเทศไทยส่วนใหญ่ผ่านพ้นปัญหาน้ำท่วมแล้ว เตรียมการที่จะดำเนินขั้นต่อไปนั่นคือการปรับปรุงและฟื้นฟูทุกสิ่งไม่ว่าจะเป็นอาคารบ้านเรือน และต้นไม้ที่ยืนต้นตายเพราะน้ำท่วม ยิ่งไปกว่านั้นหากต้นไม้เหล่านั้นเป็นพืชเศรษฐกิจที่เป็นรายได้หลักของครอบครัว จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเร่งฟื้นฟูเป็นการด่วนเพื่อรายได้ที่ตามมา

ต้นไม้ที่น้ำท่วม มักจะแสดงอาการคือ

  • ระบบรากขาดออกซิเจน ที่ใช้ในการสร้างพลังงานเพื่อดูดน้ำและแร่ธาตุต่าง ๆ ขึ้นไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของลำต้น เนื่องจากน้ำจะแทรกซึมเข้าไปตามช่องว่างของอากาศที่มีอยู่ในดิน
  • อาการใบเหลือง จะไม่เด่นชัดในวันแรกๆ แต่จะพบชัดเจนมากขึ้นในวันต่อๆ มา และมักจะพบอาการดังกล่าวเกิดขึ้นที่ใบมีอายุมากกว่าหรือใบที่อยู่ทางส่วนโคนของกิ่ง ในแต่ละกิ่งย่อย และเหลืองเข้มมากขึ้นส่วนอาการซีดเหลืองนั้นมักจะพบในกรณีที่ต้นไม้ถูกน้ำท่วมขังต่อเนื่อง และนอกจากนี้ยังพบอาการใบลู่หรือห้อยลงอีกด้วย
  • อาการทิ้งใบ ดอก และผล ระบบรากต้นไม้ที่ถูกน้ำท่วมขังจะก่อให้เกิดสภาวะเครียดขี้น ซึ่งความเครียดนี้จะส่งผลให้ต้นไม้มีการกระตุ้นให้มีการสร้างฮอร์โมนเอทธิลีนในปริมาณที่สูงกว่าปกติมาก ทำให้ต้นไม้ทิ้งดอกและผลก่อน โดยจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วแบะรุนแรงจะเกือบหมดต้น ส่วนการทิ้งใบนั้นมักจะพบในส่วนใบที่มีอายุมากกว่าใบที่อ่อนกว่า ซึ่งสังเกตได้จากใบที่อยู่ทางส่วนล่างของกิ่งกระจายไปทุกบริเวณของต้น แต่ไม้ผลบางชนิดอาจจะไม่แสดงอาการทิ้งใบแต่จะยืนต้นตายทั้งที่มีใบเต็มตันก็ได้ เช่น มะม่วงเป็นต้น
  • การสร้างรูเปิด ในกรณีที่ถูกน้ำที่ท่วมต้นไม้จะสร้างรูเปิดขึ้น ซึ่งมักจะสร้างอยู่ตรงกลางส่วนของลำต้นบริเวณเหนือผิวน้ำที่ท่วมขังเพียงเล็กน้อย เพื่อนำออกซิเจนไปเลี้ยงราก ถ้าต้นไม้มีการสร้างรูเปิดมากเท่าไรก็ยิ่งจะทำให้ต้นไม้มีโอกาสรอดมากเท่านั้น

แนวทางแก้ไขหากเกิดน้ำท่วม

  • แนวทางแก้ไขหากเกิดน้ำท่วม
  • อย่าเหยียบย่ำพื้นดินในบริเวณผลไม้เด็ดขาด
  • ทำให้เกิดสภาพน้ำมีการเคลื่อนไหว
  • เสริมคันดินและสูบน้ำออก
  • ใช้กังหันตีน้ำเพื่อเพิ่มออกซิเจนให้กับต้นไม้

การดูแล และ ฟื้นฟู ต้นไม้ หลังน้ำท่วม ให้รอด

ข้อควรปฏิบัติหลังน้ำลด

  • เมื่อระดับน้ำลดแล้ว แต่ดินยังเปียกหรือหมาด ห้ามเดินย่ำผิวดินโดยเด็ดขาด เนื่องจากดินรอบระบบรากยังอิ่มตัวด้วยน้ำ ควรปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 2 วัน ให้หน้าดินแห้งเสียก่อน
  • ถ้าต้นไม้ดูอ่อนปวกเปียก ทรงตัวไม่ดีอย่ากดดินให้แน่น ให้หาไม้มาค้ำยันไว้แทน
  • ดินเริ่มหมาดให้ใช้ปุ๋ยทางใบที่มี NPK ในอัตรา 1:1:1 ผสมกับน้ำตาลทราย 1% ฉีดพ่นให้กับต้นไม้ 2-3 ครั้ง ห่างกัน 3 วัน /ครั้ง เพื่อฟื้นคืนสภาพต้นโดยเร็วและเริ่มสร้างระบบรากที่ต้นไม้อย่างรวดเร็ว
  • การสำรวจควรดูที่ใบ หากเหลือง เหี่ยวเฉา ควรตัดแต่งกิ่งให้โปร่ง เพื่อลดการคายน้ำออก และให้แสงแดดส่องจะได้ไม่เกิดโรคและแมลง
  • พืชคลุมดินส่วนใหญ่จะตายให้ลอกขุดทิ้งให้หมด ส่วนต้นที่พอจะรอดได้ให้รีบขุดขึ้นมาตัดส่วนที่เน่าออกและนำไปพักฟื้นที่กระถางต้นไม้ชั่วคราวก่อน
  • ในช่วง 5 วันแรก ไม่ควรให้น้ำ หรือปุ๋ย ยาต่าง ๆ แก่ต้นไม้ เมื่อต้นไม้เริ่มฟื้นตัวแล้ว จึงให้น้ำแต่น้อย ๆ แล้วควรให้ปุ๋ยและฮอร์โมน เพื่อเร่งการเจริญเติบโตของราก
  • เมื่อต้นไม้ฟื้นตัวดีแล้วค่อยบูรณะ ปรับพื้นที่ ปรับปรุงดินให้ร่วนซุย เพื่อให้ระบายน้ำได้ดี
  • ในพื้นที่ที่มีปัญหาของโรกรากเน่าและโคนเน่าที่เกิดจากเชื้อรา หลังจากน้ำลดแล้วหากพืชยังมีชีวิตอยู่ ให้ราดโคนต้นพืช หรือทาด้วยสารเคมีกันรา เช่น เมตาแลคซิล (ริโดมิล) หรือ อีโฟไซท์-อลูมินั่ม (กาลิเอท) (กรณีเกิดแผลที่โคนต้นพืชจะถากเนื้อเยื่อพืชที่เสียออกแล้วทาด้วยสารเคมี) โดยสารเคมีดังกล่าวจะใช้กับอาการรากเน่าและโคนเน่าที่เกิดจากเชื้อราพิเที่ยม (Pythium spp.) หรือ ไฟทอปธอรา (Phytophthora spp.) สำหรับโรครากเน่าและโคนเน่าที่เกิดจากเชื้อราชนิดอื่นๆ เช่น เชื้อราฟูซาเรี่ยม (Fusarium spp.) , ไรซ๊อกโทเนีย (Rhizoctonia spp.) หรือ สเคลอโรเที่ยม (Sclerotium spp.) ให้ราดโคนต้นด้วยสารเคมีพีซีเอ็นบี (เทอร์ราคลอร์, บลาสสิโคล) นอกจากนี้อาจมีการปรับปรุงสภาพของดินไม่ให้เหมาะสมต่อการเกิดโรค โดยการโรยปูนขาวหรือโดโลไมท์ เพื่อให้ดินมีสภาพเป็นด่างเล็กน้อย

เรื่องราวของการดูแลต้นไม้ในช่วงฝนตกหนักน้ำท่วมขัง หรือในสภาพที่บ้านเมืองเกิดปัญหาน้ำท่วม อุทกภัยร้ายแรงนั้น สาระความรู้ทางการเกษตรที่นำเสนอนี้คงจะพอเป็นแนวคิดในการวางแผนเพื่อหาวิธีการในการป้องกันและดูแลรักษาต้นไม้ในสวนของท่าน ให้สามารถยืนต้นและให้ผลผลิตต่อไปได้ไม่มากก็น้อย ส่วนต้นที่ไม่รอดก็ต้องจำใจตัดทิ้งและปลูกขึ้นทดแทน เพราะน้ำที่ท่วมขังนานๆ ทำให้รากไม้ไม่สามารถรับออกซิเจนได้ เพราะไม้บกไม่เหมือนไม้น้ำที่สามารถสังเคราะห์และรับออกซิเจนในน้ำได้ดีกว่า

ขอเป็นกำลังใจให้เกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยทุกท่านผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปด้วยกัน ด้วยความปรารภนาดีจาก kasetorganic.com

เกษตรมือใหม่

เกษตรมือใหม่

เริ่มต้นจากการที่อยากปลูกผักกินเอง ปลูกมาเรื่อยๆ จนเกิดเป็นไอเดียที่หลากหลายและอยากนำมาแชร์กันให้รู้ ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผักนะเออ