การจัดสวนเกษตร บนดาดฟ้า

สวนเกษตรบนดาดฟ้า

วันนี้ไม่ได้มาเรื่องเกษตร แต่เปลี่ยนแนวมาเล็กน้อย เกี่ยวกับการจัดสวนสวยๆ บนดาดฟ้า ซึ่งอาจจะดัดแปลงเป็นสวนเกษตรพอเพียงบนดาดฟ้า ก็อาจจะเป็นไปได้ เพราะในอาคารใหญ่ๆ หลายอาคารในกรุงเทพ ก็มีสวนเกษตรดาดฟ้ากันอยู่มากมาย เราก็อาจเอาเทคนิคการจัดสวนดาดฟ้านี้ ไปดัดแปลงเป็นแปลงเกษตรบนดาดฟ้าก็ย่อมได้ ไม่ยากเลย ดังที่เคยลงบทความไว้ก่อนหน้านั้นแล้ว

โดยการจัดสวนเกษตรบนดาดฟ้านั้น เกิดขึ้นเพราะการทำสวนเกษตรแบบทั่วไปมีข้อจำกัดหลากหลายด้าน โดยเฉพาะด้านเนื้อที่ ส่งผลให้คนในยุคนี้หันมาหาเทคนิคและแนวทางในการ ปลูกผัก โดยใช้พื้นที่น้อยนิดให้เกิดประโยชน์สูงสุด อีกทั้งยุคสมัยเปลี่ยนไป ผู้คนในเมืองก็เริ่มหันมาสนใจในสุขภาพและการประหยัดกันมากขึ้น จึงเป็นที่มาของ สวนเกษตรบนดาดฟ้า และหากคุณเอง ก็เป็นผู้หนึ่งที่คิดว่าจะหันมาเริ่มทำอย่างจริงจัง เรามีวิธีและมีข้อแนะนำมาฝากกัน โดยยกตัวอย่างในการจัดสวนบนดาดฟ้าแบบปกติ มาดัดแปลงเสียใหม่ เพียงแค่ เปลี่ยนจาก ไม้ดอกไม้ประดับ มาเป็น พืชผักสวนครัวรั้วกินได้ บนดาดฟ้า กันเลยทีเดียว

การจัดสวนเกษตรบนดาดฟ้า ก่อนอื่นต้องคำนึงถึงสิ่งต่างๆ ก่อนคิดจะปลูกต้นไม้อะไรไว้บนดาดฟ้าซักต้น แม้ว่าจะเป็นแค่ต้นพริกขี้หนูต้นเล็กๆ หรือแปลงมะเขือเทศนิดๆ หน่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การรับน้ำหนักของโครงสร้างอาคารว่า มีความสามารถที่จะรองรับน้ำหนักได้มากน้อยแค่ไหน โดยหากคุณเองอยากที่จะทำสวนเกษตรบนดาดฟ้าอยู่แล้ว ก็ควรบอกถึงความต้องการนี้แก่ผู้รับเหมาก่อสร้าง หรือสถาปนิกที่ออกแบบโครงสร้างอาคาร เพื่อเขาจะได้ออกแบบอาคาร ให้รองรับน้ำหนักที่อาจเพิ่มมากขึ้นจากสวนเกษตรลอยฟ้าของคุณได้

ในปกติแล้ว อาคารธรรมดาอย่างตึก อาคารต่างๆ ที่มีดาดฟ้านั้น จะสามารถรองรับน้ำหนักได้อยู่แล้วประมาณ 200-400 กิโลกรัมต่อตารางเมตร แต่หากเป็นสวนเกษตรลอยฟ้า ซึ่งเป็นสวนที่ต้องใช้กระถาง ดิน และอื่นๆ เป็นวัสดุในการปลูกด้วย อาจต้องเผื่อน้ำหนักไว้ประมาณ 700-1500 กิโลกรัมต่อตารางเมตร เมื่อได้รู้ช่วงน้ำหนักที่ต้องการแล้วก็ควรพิจารณาขั้นต่อไปเองว่า อาคารนั้นๆ ถูกเตรียมมาเพื่อรองรับน้ำหนักที่คุณได้มานั้นไหวพอที่จะทำสวนเกษตรลอยฟ้าแล้วหรือยัง

ในสภาพปกติแล้ว อาคารเก่าแก่ก็ใช่ว่าจะสามารถปลูกต้นไม้หรือเลี้ยงผลผลิตเกี่ยวกับเกษตรไม่ได้เสียทีเดียว เพราะการปลูกพืชผักสวนครัวไว้กินเองนั้น ไม่ได้เป็นเรื่องยากที่จะต้องใช้เนื้อที่หรือน้ำหนักอะไรมาก เพราะทำไว้แค่หอมปากหอมคอ ไว้กินเอง และเผื่อไว้ผ่อนคลายเล็กๆ น้อยๆ ก็ไม่น่าจะมีปัญหาในเรื่องของน้ำหนัก เพราะการจัดสวนเล็กๆ นั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับปริมาณต้นไม้หรือองค์ประกอบอื่นๆ เสมอไป แต่ขึ้นอยู่กับ ศิลปะในการจัดวาง คุณคงไม่เอาพื้นที่ทั้งหมด ทำเป็นแปลงผักทุกอนูของดาดฟ้าหรอก จริงไหม หากทำอย่างนั้น ก็คิดกันไกลๆ หน่อย

เทคนิคการทำสวนเกษตรลอยฟ้า

การจัดสวนเกษตรลอยฟ้า ควรคำนึงถึงความลึกของดินที่เพียงพอสำหรับการปลูกต้นไม้ซักต้น ซึ่งขนาดเล็กสุดก็ไม่ควรต่ำกว่า 1 เมตรสำหรับความกว้าง อันนี้สามารถที่จะรองรับพืชผักสวนครัวได้มากกว่า 29 รายการเลยทีเดียวดังที่เคยกล่าวไว้แล้วเกี่ยวกับการปลูกผักสวนครัว กินเอง โดยควรคำนึงถึงความลึกประมาณ 40 เซนติเมตรเป็นอย่างน้อย สำหรับการปลูกผักสวนครัวชนิดยืนต้นทั่วๆ ไป เช่น มะละกอ ถั่วฝักยาว มะเขือ ฯลฯ ซึ่งตามปกติแล้ว ยิ่งมีการปลูกต้นไม้มากเท่าไหร่ ก็จำเป็นต้องใช้ดินมากขึ้นเท่านั้น ส่งผลให้มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องน้ำหนักที่จะตามมา ปัญหาส่วนนี้จะสามารถลดได้ด้วยการใช้กระถางปลูกผักสวนครัว หรือสวนครัวในกระบะปลูกก็จะดีไม่น้อย

ควรคำนึงถึงระบบระบายน้ำ ในการทำสวนเกษตรบนดาดฟ้านั้น ระบบระบายน้ำเป็นสิ่งสำคัญ เพราะพืช ต้องการน้ำในการเจริญเติบโต การเตรียมดินสำหรับปลูกต้นไม้นั้น ควรเตรียมทางระบายน้ำเอาไว้ด้วย เพราะดาดฟ้าเป็นระบบปิด มีทางระบายน้ำสำหรับน้ำฝนเป็นรูท่อเล็กๆ เท่านั้น แต่หากเราใช้ดินปลูก ดินบางส่วนอาจเข้าไปอุดรูท่อทำให้ระบบระบายน้ำตัน หากไม่เตรียมไว้ก็จะเกิดปัญหาน้ำขังตามมา ทำให้ดินชื้น น้ำระเหยไม่ทัน ทำให้ต้นไม้เกิดรากเน่าโคนเน่า ซึ่งคงไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยทั้งต้นไม้ ทั้งดาดฟ้าของคุณเป็นแน่ ควรตระเตรียมหาฝาท่อระบายน้ำที่มีตะแกรงกันเศษดินหรือเศษใบไม้ร่วงไว้ด้วย เพื่อจะได้ไม่เกิดปัญหาอุดตันภายหลัง

ระบบน้ำ สำหรับรดน้ำต้นไม้ ก็สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าระบบระบายน้ำ เพราะหากจะหวังพึ่งแต่น้ำฝนจากธรรมชาติอย่างเดียวคงเป็นสิ่งที่ไม่เพียงพอ ยิ่งเป็นเมืองใหญ่และมีอาการ มลพิษมากมายปะปนอยู่ในอากาศ การจะปลูกผักสวนครัวประเภทกินใบ รับประทานผล แล้วใช้น้ำจากธรรมชาติ ย่อมไม่ดีต่อสุขภาพเป็นแน่ สำหรับดาดฟ้าสูงๆ ของตึกหรืออาคารใหญ่ๆ ก็อาจมีแท้งค์น้ำไว้สำหรับให้น้ำต้นไม้ได้ แต่หากไม่มี การใช้เครื่องปั๊มน้ำ ก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ยกเว้นจะต่อสายยางขึ้นบนอาคารได้ก็ไม่ว่ากัน

เทคนิคการทำสวนเกษตรบนดาดฟ้า

บนอาคารสูงนั้น อย่าลืมว่าอยู่บนที่สูง เรื่องลมบนตึกสูงย่อมต้องมีแรงลมมาก และแรงปะทะสูงมากขึ้นด้วย การปลูกต้นไม้ที่มีความสูงมาก อาจทำให้เกิดความเสียหาย ทางแก้คือการหาไม้ค้ำยัน เพื่อยึดลำต้นเอาไว้กันล้ม อีกวิธีหนึ่งคือการปลูกในแนวระนาบ อย่างการปลูกมะละกอ เริ่มตั้งแต่ต้นมะละกอสูงประมาณเข่า ก็ใช้เชือกผูกดึงรั้งให้ลำต้นมะละกอเอนไปในทิศทางที่ต้องการไปเรื่อยๆ เหมือนกับการดัดต้นไม้ จนต้นโตได้ที่ เทคนิคการปลูกมะละกอต้นเอนนี้ก็ทำได้สำหรับสวนเกษตรบนอาคารสูง เพื่อป้องกันลมที่พัดมาปะทะทำให้ต้นมะละกอหักเสียหาย แต่อาจเสียพื้นที่บางส่วน

การขนย้าย สำหรับในเรื่องของการทำสวน การขนย้ายอุปกรณ์จัดสวนทำสวน ควรสะดวกและไม่เป็นอุปสรรค แต่สำหรับสวนเกษตรบนดาดฟ้า ไม่เหมือนกับการจัดสวนทั่วไปที่ต้องขนย้ายต้นไม้สูงๆ ใหญ่ๆ ซึ่งมักเป็นอุปสรรค สำหรับเรื่องนี้คงไม่ต้องกังวลมากนัก

สุดท้ายเกี่ยวกับเรื่องของการดูแลรักษาสวนเกษตรลอยฟ้านั้น ก็เหมือนกับการดูแลแปลงเกษตรทั่วไป แต่ปัญหาเกี่ยวกับแมลงศัตรูพืชบนดาดฟ้า คงไม่ต้องกังวลมากนัก เพราะบรรยากาศในเมือง อาจไม่ได้เป็นอุปสรรคมากนักเกี่ยวกับการดูแลและป้องกันศัตรูพืชทั้งหลาย จะห่วงก็แต่เรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ ควันจากยานพาหนะทั้งหลาย อาจทำให้ผลผลิตที่ได้เจือปนสารพิษบ้าง และอาจทำให้ต้นไม้ พืชผัก สวนเกษตรทั้งหลาย เติบโตได้ไม่ดี การใช้ตาข่ายขึงสำหรับอำพรางแสงแดดและฝนกรด ก็เป็นส่วนหนึ่งที่อาจจำเป็นต้องทำ เพื่อให้แปลงผักปราศจากสารพิษ การใส่ปุ๋ย รดน้ำ พรวนดิน ก็อาจทำเหมือนกับการดูแลพืชผักทั่วไป เพียงแต่เปลี่ยนจากพื้นที่เกษตรธรรมดา เป็นดาดฟ้า และอยู่บนที่สูงเท่านั้นเอง

หวังว่าท่านที่มีบ้านตึกและอยู่ในอาคารสูง ก็อาจนำเทคนิคนี้ไปใช้เพื่อมีผักไว้รับประทานเองที่บ้านได้ด้วยนะครับ แล้วพบกันใหม่วันหน้า

เกษตรมือใหม่

เกษตรมือใหม่

เริ่มต้นจากการที่อยากปลูกผักกินเอง ปลูกมาเรื่อยๆ จนเกิดเป็นไอเดียที่หลากหลายและอยากนำมาแชร์กันให้รู้ ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผักนะเออ